ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/754276
15 ต.ค. 2559 07:12

นักธุรกิจสืบสานปณิธาน “ในหลวง”
15 ต.ค. 2559 07:12
แม้จะอยู่ในยามทุกข์โศก น้ำตานองหน้าทั่วกันเพียงใด ประเทศไทยอันเป็นที่รักของประชาชน และของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพระบรมโกศ ต้องดำรงต่อไป อย่าให้การเสด็จสวรรคตครั้งนี้ ทำให้พระราชปณิธานที่จะเห็นราชอาณาจักรของพระองค์มีความเจริญรุ่งเรือง พสกนิกรมีความผาสุกสวัสดี มีเมตตาและไมตรีต่อกัน ต้องหยุดชะงักลง
…นี่เป็นความตอนหนึ่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการอ่านแถลงการณ์ในหลวงเสด็จสวรรคตเมื่อค่ำวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 และข้างล่างนี้คือคำมั่นสัญญาของภาคธุรกิจเอกชนที่จะเดินรอยตามพระองค์…
นายธนินท์ เจียรวนนท์
ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์
เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ก่อกำเนิดธุรกิจขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ทำให้กิจการเจริญเติบโตก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 100 ปี
“พระมหากษัตริย์ของเราทรงตรากตรำพระวรกาย พูดอย่างสามัญว่าทรงทำงานหนักมาก ทรงห่วงใยพสกนิกรตลอดเวลา ทรงพยายามหาทางช่วยเหลือตลอดเวลา โดยเฉพาะประชาชนที่เป็นเกษตรกร ซึ่งมีฐานะยากจน ซึ่งปรากฏว่ามีโครงการพระราชดำริหลายพันโครงการ ที่แม้แต่องค์การต่างประเทศทั้งหลาย ก็รู้จักดี
จนองค์การต่างๆ ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตถวายเหรียญและประกาศยกย่องในพระปรีชาสามารถมากมาย”
ในส่วนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งดำเนินธุรกิจหลักด้านการเกษตรนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณหลายครั้งหลายครา โดยได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสและแนวพระราชดำริมาสู่การปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่โครงการฟาร์มส่วนพระองค์หาดทรายใหญ่ ที่ตำบลเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี พ.ศ.2514 และต่อมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2530 พนักงานและผู้บริหารได้ร่วมบริจาคเงินทุนเริ่มต้นกว่า 20 ล้านบาท ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทขึ้นมา เพื่อดำเนินโครงการและกิจกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำรัสและพระราชดำริ
นอกจากนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้รับสนองโครงการพระราชดำริหลายโครงการ อาทิ ปลาทับทิม เพื่อให้พัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิลจิตรลดา ซึ่งทรงได้รับจากมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี พ.ศ. 2508 ให้เป็นปลามีคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ เกษตรกรสามารถนำไปเพาะเลี้ยงเป็นอาชีพได้ จากนั้นในปี พ.ศ.2532 เครือเจริญโภคภัณฑ์โดย บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ จึงพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิลจิตรลดา โดยนำมาผสมข้ามพันธุ์กับสายพันธุ์ชั้นเลิศจากต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และอิสราเอล ทำให้ได้สายพันธุ์ปลาชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติดีเด่น เหมาะเป็นปลาเนื้อเศรษฐกิจคุณภาพสูง สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่เกษตรกรเป็นจำนวนมาก เป็นต้น
“พระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนเปรียบประดุจสายฝนที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผืนแผ่นดินไทย หลากหลายกิจกรรมที่เครือเจริญโภคภัณฑ์และเหล่าพนักงาน ร่วมแรงร่วมใจดำเนินการตามเบื้องพระยุคลบาท โดยน้อมเกล้าฯรับแนวพระราชดำริมาสานต่ออย่างจริงจังและต่อเนื่อง เปรียบได้เป็นเพียงหยดน้ำเล็กๆ ที่พร้อมใจไหลรวมกันเป็นสายธาร เพื่อสานต่อจุดมุ่งหมายของสายฝนแห่งพระมหา-กรุณาธิคุณให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยตลอดไป”.
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ
ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงเหน็ดเหนื่อยกับพระราชกรณียกิจในการดูแลทุกข์สุขของพสกนิกร ตลอดระยะเวลาที่ครองสิริราชสมบัติ ซึ่งเป็น 70 ปีที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยามอย่างแท้จริง
สำหรับพระราชกรณียกิจที่สำคัญอย่างการเปลี่ยนให้ชาวเขาที่ปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชเมืองหนาวนั้น เป็นเรื่องใหญ่มากและกลายมาเป็นโครงการหลวงกว่า 3,000 โครงการ ซึ่งทำให้คนทั่วโลกยอมรับและเคารพพระองค์โดยถ้วนหน้า พระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ และการทรงงานหนัก ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่คนไทยควรเจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ได้ส่งหนังสือถึงสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศเพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอให้สมาชิกร่วมกันสนองพระราชปณิธานของพระองค์ และร่วมกันทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างแข็งแกร่ง
ในนามของคณะกรรมการฯ ผมขอให้สมาชิกทุกท่านร่วมกันสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ด้วยการตั้งใจทำความดีและร่วมสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้เจริญก้าวหน้า แปรเปลี่ยนความโศกเศร้าทั้งปวงให้เป็นแรงขับเคลื่อนประเทศ แสดงพลังให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนทั้งโลก ว่าคนไทยเทิดทูนพระองค์ท่านมากเพียงใด
ส่วนหอการค้าต่างประเทศนั้น ตนได้พูดคุยกับประธานหอการค้าต่างประเทศในไทยมาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้ ต่างชาติเข้าใจสถานการณ์ของไทยเป็นอย่างดี และยังคงเชื่อมั่นที่จะทำธุรกิจในไทยต่อไป”.
นางเกศรา มัญชุศรี
กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยึดมั่นในหลักทศพิธราชธรรม ตลอดระยะเวลากว่า 70 พรรษาที่ทรงครองราชสมบัติ พระราชกรณียกิจที่สร้างรากฐานความยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยมีมากมาย
โดยเฉพาะหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่พระราชทานให้ปวงชนชาวไทยมากว่า 50 ปี เป็นปรัชญาแห่งความยั่งยืนที่แท้จริง ที่เป็นแนวทางการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ตนเอง ครอบครัว ชุมชน องค์กรรัฐ และแม้แต่บริษัทเอกชนทั่วไป ในการนำมาใช้ปฏิบัติงานหรือบริหารพัฒนาประเทศ ให้สามารถดำเนินงานและเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ส่วนที่เป็นเงื่อนไขของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีก 2 เงื่อนไข คือความรู้และคุณธรรม เป็นการตอกย้ำความรู้ความเข้าใจในการดำเนินธุรกิจนั้นๆ ที่เดินคู่เคียงกันไปกับคุณธรรมขององค์กรและผู้บริหาร หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่าธรรมาภิบาล ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้นำหลักการด้านธรรมาภิบาล (good governance) และมุ่งเสริมสร้างการพัฒนาบริษัทจดทะเบียน ให้มีการดำเนินงานด้วยความมีธรรมาภิบาลและตระหนักถึงความสำคัญตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมา
ปรัชญาของเศรษฐกิจเพียงพอ คือ กรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง นับเป็นความโชคดีอย่างไม่อาจจะเปรียบได้ของดิฉันและชาวไทยทุกคนที่เกิดมาใต้ร่มโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระนาม “ภูมิพล” ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพระปรีชาสามารถและพระหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ ทรงทุ่มเทพระวรกายอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทรงเป็นมหาราชนักพัฒนา ที่ทรงทุ่มเท ค้นคิดแนวทางการพัฒนาประเทศ และความอยู่ดีกินดีของพสกนิกร ด้วยพระราชกรณียกิจมากมาย ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล ถือว่าทรงเป็นต้นแบบและรากฐานของการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศไทยอย่างแท้จริง
นายวัลลภ วิตนากร
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
การเสด็จสวรรคตของในหลวง “พ่อของแผ่นดิน” ในฐานะที่เป็นปวงชนชาวไทยคนหนึ่งรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งไม่ต่างกับคนไทยอื่นๆ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายใต้ร่มพระบารมียาวนาน 70 ปี ท่านได้นำความสุข และความเจริญมาสู่ปวงชนชาวไทย ท่านยังทรงเป็นนักพัฒนาด้านต่างๆ รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่จะเป็นการจุดประกายให้ภาคเอกชนไทยเดินตามรอยมาอย่างต่อเนื่อง และจะน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งนานาประเทศต่างก็ยอมรับ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและพัฒนาเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืนตลอดไป.
นายศุภชัย เจียรวนนท์
ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
“ผมถือเสมอ ว่าผมช่างโชคดีนัก ที่เกิดมาในยุคสมัยของพระองค์ท่าน พระเจ้าอยู่หัวของเรา เป็นตัวอย่างของความเสียสละทุ่มเทต่อประเทศ ต่อประชาชนชาวไทย เป็นตัวอย่างผู้ที่มีความรักแท้ต่อประเทศและประชาชนของพระองค์ ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินอย่างแท้จริง ซึ่งผมเชื่อว่าไม่เคยมีกษัตริย์ใดในโลกที่จะได้รับความรู้สึกนี้จากประชาชน”
นอกจากที่พระองค์ท่านจะทรงเปี่ยมด้วยความรักความเสียสละแล้ว ผมยังถือว่าท่านเป็นปราชญ์ ที่ช่วยให้ประเทศไทย ผ่านพ้นวิกฤตินับครั้งไม่ถ้วน จนมีความสงบ รุ่งเรือง ผาสุกมาจนถึงปัจจุบัน สังคมไทยอาจไม่ใช่สังคมที่ทันสมัยที่สุด แต่เป็นสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นสังคมที่มีอิสระ เปิดกว้าง พูดได้ว่าเป็นสังคมที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก พระองค์ท่านไม่ทรงใช้พระราชอำนาจที่มีอยู่ล้นเหลือ เพื่อทำสิ่งที่ท่านต้องการต่อประเทศ แต่ท่านกลับใช้การกระทำ เป็นตัวอย่างที่ดี ด้วยความอุตสาหะและความเมตตา
ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่เข้าถึงแก่นธรรมของพระพุทธเจ้าโดยแท้ ผมภูมิใจที่เป็นคนไทย ที่มีพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ และจะมีความภาคภูมิใจเช่นนี้ตลอดไป ตอนรับรู้ข่าวว่าพระองค์ท่านสวรรคต ผมและภรรยา ใจหายอย่างบอกไม่ถูก น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าตา ทั้งที่รู้ว่าสักวัน วันนี้ต้องมาถึง เราได้สูญเสียบุคคลที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่โลกนี้มีโอกาสได้เห็น เหลือไว้ซึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน แม้ท่านจะไม่อยู่แล้ว แต่ท่านก็เหมือนยังอยู่ และมากกว่าเดิม อยู่ในใจเราทุกคน อยู่ด้วยความทรงจำที่สร้างคุณค่าและเป็นแรงบันดาลใจ ต่อผม ต่อชาวไทยทุกคนที่จะเดินหน้าต่อไป ด้วยความภูมิใจ ที่เกิดเป็นลูกในแผ่นดินของพระองค์ ตราบชีวิตจะหาไม่.
นายสมชาย ชมระกา
อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
“ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สอนให้รู้จักความพอเพียง อย่าโลภมาก สอนให้ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและอาชีพ ซึ่งในอาชีพผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่มีปัญหาก็เพราะมีผู้ประกอบการบางกลุ่มเอารัดเอาเปรียบ มุ่งแต่จะเอาผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ จึงสร้างความเสียหายต่อภาพรวมของธุรกิจท่องเที่ยว ถ้าน้อมนำมาใช้ จะไม่เกิดปัญหาอย่างแน่นอน
ผู้ประกอบการบางกลุ่มเห็นแก่ได้ พอนักท่องเที่ยวมาก็พาไปซื้อของเป็นส่วนใหญ่ ไปแหล่งท่องเที่ยวไม่กี่นาที ไม่ได้สัมผัสกับแก่นแท้ของวัฒนธรรม หรือแหล่งท่องเที่ยวของไทยในเชิงลึก เน้นแค่ผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้เท่านั้น ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศเสียหาย”
สำหรับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า ได้ยึดมั่นน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม ตั้งมั่นในสติ อย่าเห็นแก่ได้ และสร้างความคุ้มค่าให้กับนักท่องเที่ยวอย่างสมเหตุสมผลกับเงินที่เสียไป
การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ จะทำให้การท่องเที่ยวของไทยเกิดความยั่งยืนผู้ประกอบการก็จะอยู่ได้ในระยะยาวอย่างแท้จริง.
นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นผู้คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ และโครงการในพระราชดำริอีกหลายโครงการ
ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ได้ทรงปกครองประเทศ พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตลอดจนผู้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ต่างได้รับความร่วมเย็นเป็นสุข
พระองค์ได้เสด็จฯเยี่ยมพสกนิกรไปทุกหนทุกแห่ง ได้ทรงพบผู้คน แลกเปลี่ยน รับรู้ และทรงเข้าใจในสภาพความเป็นอยู่ของคนเหล่านั้น และได้นำข้อเท็จจริงทั้งหลาย อันนำมาซึ่งความทุกข์ยากต่างๆ ที่คนเหล่านั้นประสบ มาหาแนวทางช่วยเหลือแก้ไข เป็นที่มาของโครงการพระราชดำริมากมายกว่าหนึ่งพันโครงการ ที่ผมและคณะผู้บริหาร และพนักงานดีแทค พร้อมน้อมนำไปปฏิบัติ เพื่อเป็นแนวทางในการทำความดีให้กับแผ่นดินไทยต่อไป
โดยดีแทคมีแนวคิดด้านการสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย และได้ดำเนินโครงการ Smart Farmer ตามพระราชกรณียกิจด้านการเกษตร เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร เพราะคนไทยส่วนใหญ่เป็นผู้มีอาชีพทางด้านเกษตรกรรมและการเกษตร ถือเป็นรากฐานและชีวิตสำหรับประเทศของเรา
“การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เป็นทางสายกลางที่จะป้องกันตัวเองจากความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยดีแทคได้นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาผสมผสานกับการใช้เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เชื่อมโยงเกษตรกรให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรทั่วไทย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรไทย สู่การเป็นเกษตรกรต้นแบบ (Smart Farmer)”.