ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ต.ค. 2559 18:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/756614

สมคิด สั่ง พาณิชย์ ตั้งบอร์ดรูมดูแลราคาสินค้าทั่วประเทศ พบโก่งราคาเอาผิดทันที พร้อมสั่งร่วมมืออาลีบาบา-หัวเหว่ย หนุนเอสเอ็มอี-สตาร์ตอัพไทย ค้าขายผ่านเน็ต เดินหน้ารุกจีน ร่วมมืออุตสาหกรรม S-Curve …
วันที่ 17 ต.ค.59 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการทำงานของกระทรวงพาณิชย์ ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ตั้งบอร์ดรูม เพื่อดูแลปัญหาค่าครองชีพประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยให้กรมการค้าภายใน ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับค้าภายในจังหวัดทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง หากพบว่า ราคาสินค้ารายการใดเคลื่อนไหวผิดปกติ จะต้องเอาจริงเอาจัง และเอาผิดกับผู้ดูแลที่ปล่อยปละละเลยการทำงาน เนื่องจากในช่วงนี้ ไม่ต้องการให้ราคาสินค้าเคลื่อนไหว จนทำให้ชาวบ้านที่ลำบากอยู่แล้ว ต้องลำบากมากขึ้นอีก
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เร่งประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูแลราคาสินค้าเกษตรในเชิงรุก และสร้างการค้าท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ตามรูปแบบ 1 ตำบล 1 ผู้ประกอบการด้านการเกษตร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค ส่วนการค้าระหว่างประเทศ ให้มอบหมายอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกลุ่มผู้บริหารระดับสูง ดูแลการส่งออกรายภูมิภาค ทั้งตะวันออกกลาง อาเซียน ยุโรป แอฟริกา เป็นต้น
“การเดินทางมากระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ เรื่องสำคัญที่สุด ที่รัฐบาลเร่งดำเนินการ คือการดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญสูงสุด จึงได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เร่งแอ็กทีฟในการกำกับดูแล ขอเตือนว่า รัฐบาลเอาจริง นายกรัฐมนตรีได้กำชับแล้ว อย่าให้มีการขายสินค้าจนชาวบ้านเดือดร้อน และกรมการค้าภายใน มีหน้าที่ดูแลโดยตรง ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ อย่าให้พบการเคลื่อนไหวอะไรที่ผิดปกติไป อย่าให้ชาวบ้านเดือดร้อน”
นายสมคิด กล่าวต่อว่า ยังได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าความร่วมมือกับอาลีบาบา และหัวเหว่ย ในการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ (สตาร์ตอัพ) ให้สามารถค้าขายผ่านอี-คอมเมิร์ซได้ ซึ่งได้มอบหมายให้นายอุตมม สาวนายน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดูแลประสานงานการทำงานร่วมกัน ระหว่างกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระทรวงพาณิชย์
ด้าน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงมากที่สุด คือ ค่าครองชีพประชาชน และราคาสินค้าเกษตร เพราะในหลายพื้นที่มีปัญหาฝนตก น้ำท่วม ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ประกอบกับประชาชนทั้งประเทศ กำลังโศกเศร้า ไม่รู้สึกอยากจับจ่ายใช้สอย ซึ่งอาจกระทบต่อการค้าขาย และเศรษฐกิจในพื้นที่
ส่วนราคาสินค้าเกษตรนั้น ในราวเดือน พ.ย. นี้ สินค้าเกษตรหลายชนิด ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวเปลือก และมันสำปะหลัง จะทยอยออกสู่ตลาด อาจทำให้ราคาตกต่ำได้ จึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลทั้ง 2 เรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ นายสมคิด ยังต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันให้เกิด 1 ตำบล 1 ผู้ประกอบการเกษตร (1tumbon 1 smart farmer) ซึ่งเร็วๆ นี้ ตนจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางผลักดันต่อไป
สำหรับการทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ กับประเทศต่างๆ ตามนโยบายของนายสมคิดนั้น ในเดือนพ.ย.นี้ นายสมคิด จะเดินทางไปจีน เพื่อประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-จีน (เจซี) โดยจะหารือในเรื่องการทำหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างกันด้วย โดยจะทำในเรื่องที่ทั้ง 2 ประเทศสนใจ ซึ่งไทยจะเสนอให้จีนร่วมมือด้านการลงทุน วิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร ฯลฯ ในเรื่องหลักๆ คือ อุตสาหกรรมใหม่ (S-Curve) ที่รัฐบาลต้องการผลักดัน โดยเน้นใน 5 สาขาก่อน ทั้งสาขาเกษตรและอาหาร, ดิจิตอล, สุขภาพ, โครงสร้างพื้นฐาน และวัฒนธรรม
ส่วนจีน เสนอให้ไทยยกเลิก หรือชะลอการเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้าเหล็ก ที่นำเข้าจากจีน ซึ่งเรื่องนี้ คงเป็นไปไม่ได้เพราะไทยต้องปกป้องอุตสาหกรรมภายในไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากจีน ในปริมาณมาก จนผู้ประกอบการผลิตเหล็กในประเทศได้รับความเสียหาย แต่คงต้องหารือกันอีกครั้งในการประชุมเจซี
นอกจากนี้ ยังจะหารือเพิ่มเติมในรายละเอียดกับอาลีบาบา หลังจากที่นายแจ็ก หม่า ประธานบริหารของกลุ่มอาลีบาบาได้เดินทางมาเยือนไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถค้าขายผ่านระบบอี-คอมเมิร์ซ โดยเฉพาะรายละเอียดของการค้าทำการค้าระหว่างกันโดยไม่ใช้เงินสด, การทำเขตการค้าเสรี หรือการไม่เสียภาษีบนเครือข่ายอี-คอมเมิร์ซ เฉพาะการค้าสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) และผู้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ (สตาร์ตอัพ)