ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ต.ค. 2559 05:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/753356

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงร่างพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้าที่ผ่านการพิจารณาจาก ครม.แล้วว่า จากนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ราวกลางปี 60 หลักการสำคัญที่แก้ไขคือ จะบังคับใช้กับทุกหน่วยธุรกิจ รวมถึงรัฐวิสาหกิจด้วย แต่ยกเว้นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามกฎหมายหรือนโยบายของรัฐบาลเพื่อประโยชน์และความมั่นคงของรัฐ นอกจากนี้ ยังเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้ โดยได้ปรับบทบัญญัติต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น โดยมุ่งดูแลพฤติกรรมการใช้อำนาจเหนือตลาดของธุรกิจรายใหญ่ ที่ก่อให้เกิดการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน ปรับบทลงโทษให้เหมาะสม กับการกระทำผิดทางเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับความหนักเบาของพฤติกรรม รวมถึงมีความเป็นอิสระมากขึ้น โดยให้คณะกรรมการและหน่วยงานที่กำกับดูแลแยกออกมาเป็นองค์กรอิสระ คณะกรรมการและเลขาธิการ มาจากกระบวนการคัดสรร ซึ่งจะทำให้ปราศจากการแทรกแซงจากการเมือง
หลักสำคัญของกฎหมาย ห้ามไม่ให้ใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม ห้ามการควบรวมธุรกิจที่ผูกขาดหรือไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ห้ามผู้ประกอบธุรกิจตกลงร่วมกันในการผูกขาด จำกัด หรือลดการแข่งขัน ห้ามตกลงร่วมกับบริษัทในต่างประเทศ จำกัดโอกาสของบุคคลในประเทศในการซื้อโดยตรงจากต่างประเทศเพื่อใช้เอง ส่วนเกณฑ์การมีอำนาจเหนือตลาด และเกณฑ์ควบรวมกิจการ ได้ปรับใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่แท้จริงในปัจจุบัน “อำนาจเหนือตลาดจะพิจารณาจากสภาพตลาดของธุรกิจก่อน เช่น จำนวนผู้ประกอบการในธุรกิจ การเข้าถึงวัตถุดิบ อุปสรรค การเข้าถึงตลาด นโยบายรัฐ จากนั้นจะดูส่วนแบ่งตลาดที่ต้องเกิน 50% ถ้าพบว่าผู้มีอำนาจเหนือตลาดรายใดมีพฤติกรรมแข่งขันการค้าไม่เป็นธรรม จนกระทบรายเล็กมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ปีก่อน”.