ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 ต.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/759061

“ศุภชัย” ชี้เอกชนผวาเศรษฐกิจไม่แห่ลงทุนตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.00 น. วานนี้ (19 ต.ค.) ธนาคาร กรุงเทพ จัดงาน AEC Business Forum ประจำปี 2016 ภายใต้หัวข้อ “AEC 2025” โดยนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตรอง นายกรัฐมนตรี และอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อประเทศไทยกับทศวรรษใหม่แห่งการพลิกโฉมเศรษฐกิจภายใต้ความร่วมมือเออีซีว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ระยะสั้นมาสุดทางแล้ว โดยได้ทำครอบคลุมครบทุกด้าน ทั้งการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และอื่นๆ ซึ่งต่อจากนี้
หากรัฐบาลทำต่อเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อภาวะหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งตอนนี้เกือบ 90% แล้ว หากถึง 100% ถือเป็นจุดที่น่าวิตก
“ผมไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลจะทิ้งการส่งออก และหันมาพึ่งการกระตุ้นภายในประเทศอย่างเดียว ทางออกที่ดีควรสร้างความสมดุล กระตุ้นการเติบโตการค้า การส่งออกคู่ขนานกันไป เพราะแม้เศรษฐกิจโลกไม่ดีแต่ยังมีบางตลาดที่ไปได้ รวมถึงควรวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจในระดับโครงสร้างเพื่อหวังผลในระยะยาว 10-20 ปี เพราะการใส่เงินระยะสั้นใช้แล้วก็หมดไป ไม่งอกเงย ซึ่งเป็นปัญหาของไทยในตอนนี้ว่าทำไมรัฐกระตุ้นแล้วแต่ไม่เห็นการลงทุนของเอกชนตามมา หรือแม้รัฐบาลจะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากเอกชนเท่าที่ควร รัฐจึงควรรับฟังเอกชน และดูว่าติดอะไรเพื่อแก้ไขให้ตรงจุด”
นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ขอน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มากล่าวย้ำอีกครั้ง เพราะเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับจากนักเศรษฐกิจทั่วโลก และสหประชาชาติ สามารถนำไปใช้วางแผนรอดพ้นจากวิกฤติได้ โดยประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างความสมดุล ซึ่งเป็นเรื่องความพอดีที่ระบบเศรษฐกิจใหม่มักหลงลืมจนทำให้การเติบโตขาดคุณภาพและเกิดวิกฤติตามมา ปรัชญาความมั่นคงที่เน้นการวางแผนรองรับสิ่งที่คาดไม่ถึง และปรัชญาความยั่งยืน ทำให้เกิดการพัฒนาระยะยาวถึงคนรุ่นหลังได้.