ครม.ชะลอแผนกระตุ้นการใช้จ่าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 ต.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/758057

 

รัฐสั่งจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด ยืนยันเศรษฐกิจไทยยังไปได้

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุม ครม.ยังไม่มีการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่คาดว่าประชาชนไม่อยู่ในอารมณ์จับจ่ายใช้สอย อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยชี้แจงและสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนทั่วประเทศให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในระดับที่ดี การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลสามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ พื้นฐานเศรษฐกิจของไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลง ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีความเข้มแข็ง ยังคงเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีน้อย มีเงินสำรองระหว่างประเทศสูง ประกอบกับที่ผ่านมารัฐบาลมีการออกมาตรการทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้น ยังคงมีแรงส่งในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอยู่ คาดว่ามาตรการต่างๆจะสามารถส่งผลในการพยุงเศรษฐกิจต่อไป อย่างน้อยถึงไตรมาส 1 ปี 2560 นอกจากนี้ ที่ผ่านมามีมาตรการทางเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโชคดี เพราะเหมือนได้ฉีดยาไว้เยอะและยายังมีผลอยู่ ทำให้มีภูมิต้านทาน

“ขณะนี้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ หากมีความจำเป็นก็สามารถที่จะมีมาตรการเพิ่มเติมได้ เพราะยังมีช่องว่างที่รัฐบาลสามารถออกนโยบายเพิ่มเติม โดยมาตรการที่ออกมาอาจเป็นมาตรการเพื่อสนับสนุนการบริโภค คล้ายกับที่ออกมาในปีก่อน เช่น มาตรการทางภาษีช็อปช่วยชาติ เป็นต้น”

ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ครม.มีมติอนุมัติขยายวงเงินกู้ต่างประเทศเพิ่มเติมจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เพื่อดำเนินโครงการขยายถนนสายหลัก 4 ช่องทางจราจร ระยะที่ 2 ประกอบของกรมทางหลวง (ทล.) 3 เส้นทางคือ 1.ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วง อ.หนองหาญ-อ.พังโพน จ.สกลนคร 2.ทางหลวงหมายเลข 22 ช่วงสกลนคร-นครพนม กม.180-213 และ 3.ทางหลวงหมายเลข 23 ช่วง จ.ร้อยเอ็ด-จ.ยโสธร ระยะทาง 124.9 กิโลเมตร (กม.) วงเงินค่าก่อสร้างทั้งหมด 6,808 ล้านบาท แบ่งเป็นการอนุมัติให้กู้เงินต่างประเทศ 50% หรือประมาณ 3,404 ล้านบาท ใช้เงินงบประมาณ 50% หรือ 3,404 ล้านบาท “การขยายเงินกู้เพิ่มเติมดังกล่าว เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง จากที่ไทยได้กู้เงินจากเอดีบี เพื่อขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร หมายเลข 12 จ.พิษณุโลก-หล่มสัก ระยะทาง 100 กม. ที่ก่อสร้างและเปิดให้บริการไปแล้ว”

 

Leave a comment