ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ต.ค. 2559 05:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/763382

น.ส.ดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. และกรมวิชาการเกษตร ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด และตลาดค้าส่ง จำนวน 14 ราย อาทิ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป, บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด, บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน), เพื่อร่วมกันวางมาตรการแก้ปัญหาสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ที่ได้ตั้งเป้าหมายในการควบคุมและบริหารจัดการ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้นการผลิต เพื่อให้มีการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง
“ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด จะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้จัดส่งสินค้าทุกราย ควบคุมมาตรฐานโรงคัดบรรจุจีเอ็มพี (GMP) และควบคุมแหล่งวัตถุดิบอย่างเข้มงวด เช่น สินค้าผักและผลไม้ ควรมาจากฟาร์มมาตรฐานจีเอพี (GAP) ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่เข้าระบบมาตรฐาน ต้องควบคุมการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช โดยจดบันทึกการใช้สารเคมีที่ใช้ในแปลงเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ และผลักดันให้เกษตรกร ไปยื่นคำขอรับรองมาตรฐาน GAP”
น.ส.ดุจเดือนกล่าวว่า ผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรด จะนำระบบตรวจสอบด้วยคิวอาร์โค้ด (QR Code) มาใช้เพื่อให้สามารถตรวจสอบถึงแหล่งผลิตได้ ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ และผู้ประกอบการ จะร่วมกันตรวจสอบสินค้า และสุ่มตรวจผักและผลไม้ ในขั้นตอนการผลิตทั้งโมเดิร์นเทรดและตลาดค้าส่ง รวมทั้งตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ผลิตหากพบปัญหาสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ ทั้งกลุ่มสินค้าเกษตรอินทรีย์ สำหรับสินค้าที่ได้รับรองมาตรฐาน GAP โรงคัดบรรจุ GMP และระบบอื่นๆที่ดำเนินการอยู่ เพื่อการบริหารจัดการให้เกิดมาตรฐานและมีความปลอดภัยในระยะยาว พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองมาตรฐานอย่างเข้มข้น
&ldquoldquo;มกอช. จะจัดส่งข้อมูล ค่าปริมาณสูงสุดของสารพิษตกค้าง (MRL) ที่ได้มีการปรับปรุงล่าสุด ให้กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้ไปดำเนินการแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการปรับปรุงค่า MRL ให้ทันสมัย สอดคล้องกันระหว่างสองหน่วยงาน ก่อนที่จะมีการยกเลิกค่า MRL ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2551”.