ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ต.ค. 2559 02:55
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/761031

คมนาคมปรับแผนรถไฟไทย-จีน เลื่อนเข้าครม.เป็นเดือนพ.ย. ลุ้นประชุมร่วมรถไฟไทย-จีน 26-28 ต.ค. จีนเตรียมชงเงื่อนไขเงินกู้-ดอกเบี้ย เป็นทางการให้ไทยพิจารณา หากตกลงกันได้ คาดกู้ไม่เกิน 5.823 หมื่นล้าน…
เมื่อวันที่ 21 ต.ค.59 นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมเตรียมการประชุมคณะกรรมการร่วม เพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพ ฯ -นครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กม วงเงิน 179,412 ล้านบาท ครั้งที่ 15 จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 26-28 ต.ค. ว่า จีนจะมีการนำเสนอเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ วงเงินกู้ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นทางการ ให้ฝ่ายไทยพิจารณานำไปใช้ในการซื้อตัวรถและระบบอาณัติสัญญาณจากจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายไทยยืนยันว่าอัตราดอกเบี้ยไม่ควรเกิน 2%
ส่วนวงเงินกู้นั้นคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 53,823 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินไม่เกิน 30% ของวงเงินลงทุนทั้งโครงการที่ 179,412 ล้านบาท ทั้งนี้หากเงื่อนไขเงินกู้ที่จีนเสนอมา ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของไทย ฝ่ายไทยจะหันมากู้เงินในประเทศแทน เพราะหากกู้จากจีนทั้งที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าภายในประเทศ รัฐบาลจะตอบสังคมไม่ได้ว่าทำไมต้องกู้
นอกจากนี้ที่ประชุมจะหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าการทำงานของคณะทำงาน 3 ด้าน 1.เทคนิคการออกแบบก่อสร้าง 2.ร่างสัญญา และ3.การเงิน โดยขณะนี้ฝ่ายจีน ได้จัดส่งรายละเอียดแบบก่อสร้าง ตอนที่ 1 (สถานีกลางดง-ปางอโศก) ระยะทาง 3.5 กม. มาให้ไทยพิจารณาแล้ว แต่ยังไม่สมบูรณ์ โดยฝ่ายจีนจะต้องปรับแก้ไขมาตรฐานแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐานไทย เพื่อให้ฝ่ายไทยสามารถกำหนดราคากลางในการประกวดราคาได้ ซึ่งจีนจะนำกลับมาเสนอในการประชุมครั้งที่ 15
นายพีระพล กล่าวต่อถึงการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ว่า สำหรับระยะแรก ช่วงกทม.-บ้านภาชี ซึ่งอยู่ในตอนของ กทม.-พิษณุโลก ได้รับความเห็นชอบแล้ว ส่วนช่วงบ้านภาชี-นครราชสีมา นั้น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กำลังจัดทำเอกสารเพื่อชี้แจงเพิ่มเติมไปยังผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม
สำหรับขั้นตอนการเสนอขออนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)นั้นขณะนี้ สนข.กำลังสรุปรายละเอียดโครงการ โดยอยู่ในขั้นตอนสอบถามความเห็นไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ จากนั้นจึงจะนำเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติโครงการได้ โดยสำหรับขั้นตอนการนำเสนอโครงการให้ครม.พิจารณานั้นอาจจะต้องเลื่อนจากเดือนต.ค.เป็นพ.ย.
ส่วนการเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างยังเป็นไปตามแผนเดิม คือในเดือนพ.ย.และธ.ค.ปีนี้ตามลำดับ แต่ทั้งนี้ต้องรอดูว่าในการประชุมระดับรัฐมนตรีในวันสุดท้ายในวันที่ 28 ต.ค. ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ข้อยุติเรื่องการถอดแบบก่อสร้างและการร่างสัญญาหรือไม่ เพราะหากไม่ได้ข้อสรุปก็ไม่สามารถเสนอขออนุมัติโครงการจาก ครม.ได้ ส่วนตัวร่างสัญญานั้นฝ่ายไทยได้เสนอขอให้แก้ไขให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายไทยแล้ว ซึ่งต้องรอดูว่าฝ่ายจีนมีการแก้ไขตามที่ไทยเสนอหรือไม่ หากได้ข้อยุติร่วมกัน จะต้องส่งให้อัยการพิจารณารายละเอียดต่อไป.
“การถอดแบบก่อสร้าง ขณะนี้ยังไม่เป็นไปตามระเบียบไทยซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ให้จีนไปปรับแก้ไขมาเสนอใหม่ในการประชุมครั้งนี้ รวมทั้งร่างสัญญาด้วย ซึ่งต้องรอดูในการประชุมระดับรัฐมนตรีวันสุดท้ายในวันที่ 28 ต.ค. ว่า 2 ฝ่ายจะได้ข้อยุติร่วมกันหรือไม่ หากไม่ได้ข้อสรุปจะกระทบกับแผนการดำเนินโครงการ” นายพีรพลกล่าว