ลูกจ้างเฮ!ปีนี้มีแจกโบนัส เศรษฐกิจซบแห่ขายประกันเพิ่มรายได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 21 ต.ค. 2559 06:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/760087

 

ลูกจ้างเฮ! นายจ้างชี้ปีนี้ยังแจกโบนัส แม้เศรษฐกิจไม่ดี พร้อมจับตาแรงงานต่างด้าวลดฮวบ 3 แสนกว่าคน จี้หาสาเหตุว่าเป็นผลจากเศรษฐกิจฟุบหรือแรงงานกลับบ้านหรือหนีการจดทะเบียน ขณะที่อีกด้านพบแห่สมัครขายประกันพุ่งบัณฑิตปริญญาตรีครองแชมป์

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) เปิดเผยถึงแนวโน้มการจ่ายเงินพิเศษ (โบนัส) ของห้างร้านและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆช่วงสิ้นปี 59 ว่า ภาพรวม คาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 58 โดยสำรวจเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการส่วนใหญ่ 70% ยังจ่ายโบนัสเฉลี่ย 1 เดือน ซึ่งแต่ละที่จะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับแต่ละกิจการ เนื่องจากผลกำไรย่อมต่างกัน “ธุรกิจปีนี้หลายอุตสาหกรรมยังไปได้ดี แต่บางธุรกิจที่เน้นส่งออกแม้ภาพรวมส่งออกจะติดลบแต่ในแง่ของมูลค่านั้นไม่ได้ติดลบมากนัก เฉลี่ยแล้วก็ใกล้เคียงกับปีก่อน เชื่อว่าธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงจ่ายโบนัสปกติ มีเพียง 30% ที่จะไม่มีการจ่าย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่มีปัญหาขาดทุนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา”

นายธนิตกล่าวต่อว่า สำหรับการจ้างงานใหม่ปี 60 คาดว่าช่วงต้นปีจะทรงตัวเพื่อรอสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่สิ่งที่ต้องติดตามขณะนี้คือ ตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นปกติที่ผ่านมาเฉลี่ยจะอยู่ระดับ 1.5 ล้านคน แต่ล่าสุดอยู่ที่เพียง 1.178 ล้านคน ตัวเลข ที่หายไปกว่า 300,000 คนนั้น คงต้องหาปัจจัยที่แท้จริงว่าเพราะเหตุใด เนื่องจากรัฐบาลเข้มงวดการลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมายตัวเลขควรเพิ่มขึ้น แต่การลดลงอาจมองได้ว่าเป็นการถูกให้ออก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะการส่งออกที่พึ่งแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก หรือแรงงานกลับประเทศ แต่เชื่อว่าไม่มากซึ่งต้องหาข้อเท็จจริงต่อไป

ส่วนกรณีที่รัฐบาลได้แจ้งปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 69 จังหวัดมีผลเดือน ม.ค.60 โดย 7 จังหวัด จาก 69 จังหวัด ได้ปรับขึ้นค่าจ้าง 10 บาท เป็น 310 บาทต่อวัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภูเก็ต ขณะที่ 13 จังหวัดได้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่ม 8 บาทต่อวัน เป็น 308 บาทต่อวัน เช่น ขอนเเก่น ปราจีนบุรี ชลบุรี และปรับขึ้น 5 บาท ใน 49 จังหวัด และจังหวัดที่ไม่ได้ปรับขึ้น ค่าจ้างขั้นต่ำมี 8 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี ชุมพร นครศรี- ธรรมราช ตรัง ระนอง นราธิวาส ปัตตานี และยะลานั้น ถือเป็นอัตราที่เอกชนยอมรับได้เพราะต้องการให้ต่างกันไม่ใช่เท่ากันทั่วประเทศ ค่าจ้างเฉลี่ยขึ้นไม่ถึง 3% มีเพียง กทม.และปริมณฑลที่ขึ้น 3% ภาพรวม จึงถือว่ามีความเหมาะสม ซึ่งคงไม่มีนัยสำคัญต่อการ ขึ้นราคาสินค้า แต่สิ่งที่เอกชนวิตกคือต่อไปจะมีการพิจารณาใบรับรองฝีมือแรงงาน ที่รัฐนำร่องกับช่างไฟฟ้า บ้านและอาคาร หากลูกจ้างมีใบรับรองฝีมือแรงงานต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่ม บางครั้งเอกชนก็ไม่ได้ต้องการทักษะเช่นนั้น ที่สำคัญใครจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน

ด้านนายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหารสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ยอดผู้สมัครสอบขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตทั่วประเทศผ่านสมาคมประกันชีวิตไทยรอบ 9 เดือน ตั้งแต่ม.ค.-ก.ย.59 มีทั้งสิ้น 149,563 คน เพิ่มขึ้น 11,977 คน หรือ 8.70% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 137,586 คน ซึ่งมีผู้เข้าสอบจริง 105,190 คน และสอบผ่าน 39,290 คน หรือ 37.35% ของผู้เข้าสอบ “ยอดสมัครตัวแทนประกันที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้คนไทยหันมายึดอาชีพตัวแทนประกันหารายได้ เสริมเพื่อให้เพียงพอกับค่าครองชีพ ประกอบกับบริษัทประกันชีวิตต้องการรับตัวแทนเพิ่มเพื่อใช้เป็นช่องทางหลักการขายประกัน รวมถึงระยะหลังคนไทยใส่ใจ ทำประกันชีวิตมากขึ้นทำให้มีโอกาสขายประกันได้เพิ่ม”

นายพิชากล่าวต่อว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าระยะหลังผู้สมัครสอบส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่อายุ 20-30 ปี ทั้งที่เพิ่งเรียบจบใหม่หรือบางคนเพิ่งเข้าทำงาน แต่อยากมีรายได้เสริม และยังพบอีกว่าวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นกลุ่มที่สมัครตัวแทนประกันชีวิตมากสุด สะท้อนว่าอาชีพตัวแทนประกันเป็นที่ยอมรับของสังคมและคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น ประกอบกับระยะหลังบริษัทประกันชีวิตได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของตัวแทน ทั้งนี้ สถิติยังระบุว่ามีผู้สมัครสอบมากสุดที่อายุ 20-30 ปี และมีผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเข้าสอบเป็นตัวแทนประกันชีวิตมากที่สุดถึง 43.79% จังหวัดที่มีผู้สมัครสอบสูงสุด 5 อันดับแรก นำโดยกรุงเทพมหานคร รองลงมาคือ ขอนแก่น เชียงใหม่ อุดรธานี และอุบลราชธานี.

 

Leave a comment