สนช.ปิดสำนวน 2 อดีตส.ส.เพื่อไทยนัดโหวต 4 พ.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/247782

สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช., นริศร ทองธิราช อดีตส.ส.สกลนคร, พรเพชร วิชิตชลชัย, เพื่อไทย, สนช.ปปช., สนช, ปิดสำนวน 2 , อดีต, เพื่อ, ไทย, นัด, โหวต, 4 พย, นริศร
สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช., นริศร ทองธิราช อดีตส.ส.สกลนคร, พรเพชร วิชิตชลชัย, เพื่อไทย, สนช.ปปช., สนช, ปิดสำนวน 2 , อดีต, เพื่อ, ไทย, นัด, โหวต, 4 พย, นริศร

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 3 พ.ย. 2559

สนช.ปิดสำนวน 2 อดีตส.ส.เพื่อไทยนัดโหวต 4 พ.ย.

สนช.ปิดสำนวน 2 อดีตส.ส.เพื่อไทย นัดยกมือโหวต 4 พ.ย.ป.ป.ช.ย้ำ “นริศร”เสียบบัตรแทนกัน มีเจตนาทุจริต อัดคำแก้ตัวเลื่อนลอย

          3 พ.ย. –  ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ที่มีนายพรเพชร  วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อดำเนินการกระบวนการถอดถอนนายนริศร ทองธิราช อดีตส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทยกรณีการเสียบบัตรลงคะแนนอิเลคทรอนิคส์แทนกันและนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กรณีการสลับสับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 เรื่องที่มาส.ว.โดยมิชอบ ตามมาตรา 6 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2550 ประกอบมาตรา 64 ของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ปช.) พ.ศ.2542 โดยเป็นขั้นตอนการรับฟังการแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาของป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหากับนายนริศรและนายอุดมเดชในฐานะผู้ถูกกล่าวหาโดยก่อนเริ่มที่กระบวนการถอดถอนนายนริศรนั้น พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสนช. กล่าวต่อที่ประชุมสนช.ว่า อยากให้สมาชิกสนช.เข้ามาฟังการแถลงปิดสำนวนให้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การใช้ดุลพินิจลงคะแนนอย่างถูกต้อง การถอดถอนครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะดำเนินการกันในสภา เนื่องจากตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อำนาจการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะไม่ใช่อำนาจของสภาอีกต่อไป

จากนั้นน.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป.ป.ช.เป็นตัวแทนป.ป.ช.แถลงปิดสำนวนคดีนายนริศรว่า การไต่สวนของป.ป.ช.สอบสวนพยานหลักฐานครบถ้วน  ให้ความเป็นธรรมเต็มที่รับฟังได้ว่า นายนริศรทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง โดยปรากฏตามคลิปใช้บัตรลงคะแนนอิเลคทรอนิคส์ 3 ใบ หมุนเวียนเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน มีเจตนาทุจริตออกเสียงให้การลงคะแนนเป็นไปโดยมิชอบ ส่วนการอ้างว่าเป็นคลิปตัดต่อนั้น เป็นการอ้างเลื่อนลอยเพราะสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบแล้วระบุว่า ไม่มีการตัดต่อแก้ไขคลิปและเจ้าหน้าที่สภายืนยันว่าได้ออกบัตรลงคะแนนให้นายนริศรเพียงใบเดียวเท่านั้น ส่วนที่นายนริศรระบุเป็นโรคมือยุกยิก  ไม่สามารถรับฟังได้  สมควรที่สนช.จะแสดงความศักดิ์สิทธิของกฎหมายถอดถอนนายนริศรอดีตส.ส.สกลฯปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ขณะที่นายนริศร ทองธิราช อดีตส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย แถลงปิดสำนวนว่า ยืนยันว่ามีบัตรลงคะแนนหลายใบแต่เป็นบัตรของตัวเองคือบัตรลงคะแนนจริงและบัตรสำรอง ที่ผ่านมาตนมักกดลงคะแนนหลายครั้งเป็นประจำแต่ไม่ว่าจะกดลงคะแนนอย่างไร คะแนนที่ออกมาก็จะมีแค่คะแนนเดียว แต่ไม่มีการกดบัตรลงคะแนนแทนคนอื่นแน่นอน เป็นการกล่าวหาแบบเลื่อนลอย ทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคลไม่มีความชัดเจน พิสูจน์ไม่ได้ระบุว่า กดบัตรลงคะแนนแทนใคร ตนถูกกลั่นแกล้ง เพราะมีสมาชิกรัฐสภาหลายร้อยคน แต่ตนถูกถ่ายคลิปอยู่คนเดียว พยายามให้กลาย เป็นประเด็นการเมืองเพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติถูกลดความสำคัญ และเวลานี้มีข่าวมาแล้วว่า ตนจะถูกสนช.ถอดถอน 250 ต่อ 0 และอัยการเตรียมฟ้องดำเนินคดีทางอาญาแล้ว โปรดให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายด้วยความเป็นธรรม เพราะตอนนี้เกิดความยุติธรรมแบบเลือกข้าง อีกข้างทำอะไรถูกหมด  อีกข้างทำอะไรผิดหมด หรืออีกฝ่ายถูกขังลืมแต่อีกฝ่ายลืมขัง ตนไม่มีอคติใด ๆ  ขอยืนยันว่าไม่มีการกดบัตรแทนคนอื่นและขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

        ป.ป.ช.ชี้“อุดมเดช”นำร่างรธน.แก้ที่มาส.ว.เป็นของปลอม วอนสนช.อย่าใช้ความเป็นส่วนตัวตัดสิน

ต่อมาน.ส.สุภาแถลงปิดสำนวนในส่วนคดีนายอุดมเดช โดยระบุว่า จากการไต่สวนพบว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาส.ว. ฉบับที่เข้าชื่อเสนอแก้ไข กับฉบับที่นำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา มีเนื้อหาไม่ตรงกัน ร่างที่นำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เป็นร่างปลอม เพราะไม่มีการลงชื่อรับรองจากสมาชิกรัฐสภา และมีการแก้ไขเนื้อหาสาระสำคัญให้ส.ว.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนั้น สามารถลงสมัครส.ว.ได้ โดยไม่ต้องเว้นวรรค  ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามา ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 291 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า ร่างฉบับที่ประชุมรัฐสภารับหลักการเป็นไปโดยมิชอบ เพราะไม่มีสมาชิกรัฐสภาลงนามรับรอง ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร

ส่วนที่นายอุดมเดชอ้างว่า สามารถปรับปรุงเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ  หากประธานรัฐสภายังไม่บรรจุเรื่องเข้าสู่วาระนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นการแก้ไขเนื้อหาสำคัญ ไม่ใช่แก้ไขถ้อยคำเล็กน้อย การแก้ไขเนื้อหากฎหมายทำได้ ถ้าเป็นระดับพ.ร.บ. เจ้าของร่างสามารถแก้ไข แต่รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ทั้งประเทศ มีกระบวนการแก้ไขตามมาตรา 291 รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่เขียนวิธีการแก้ไขชัดเจน  ความเห็นของเจ้าหน้าที่สภาที่ระบุว่า สามารถเปลี่ยนแปลงเนื้อหาได้ ก่อนบรรจุเข้าสู่วาระ ถือเป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เท่านั้นแต่การอ้างธรรมเนียมปฏิบัติ และความเห็นเจ้าหน้าที่จะไปหักล้างกฎหมายไม่ได้

“รัฐธรรมนูญเป็นจิตวิญญาณของประเทศไทย เพื่อบริหารแผ่นดินแม่  ดิฉันเชื่อมั่นสนช. ทุกคนว่า มีคุณวุฒิ รู้ดีรู้ชั่วตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องได้  สังคมไทยมีระบบอาวุโส  ช่วยเหลือกัน  เป็นลักษณะสำคัญของคนไทย  แต่ขอรบกวนสนช.ต้องให้ความเป็นธรรมแก่แผ่นดิน เรื่องใดเป็นส่วนตัวจะนำมาพิจารณาไม่ได้  เพราะเสียงของสนช.จะมีผลต่ออนาคตต่อประเทศไทยมากๆ”น.ส.สุภา กล่าว

 “อุดมเดช” ยันไม่มีร่างปลอม โวยใช้วาทกรรมกล่าวหาร่างปลอม

ขณะที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตส.ส.นนทบุรี  แถลงปิดสำนวนว่า  ป.ป.ช.ไม่ได้ไต่สวนพยานตามที่ตนขอไปครบทุกคน ข้อเท็จจริงคดีนี้รับฟังได้ว่า  หลังจากยื่นขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.แล้ว มีสมาชิกมาทักท้วงว่าเนื้อหาไม่ครบถ้วนตามที่แถลงไว้  จึงย้อนกลับไปดูตัวร่างพบว่า ไม่ตรงกับที่หารือไว้ เพราะตั้งใจแก้ให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง 200 คน และสามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องรอเว้นวรรค จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตกลงไว้ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่สภาเพื่อขอปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์  โดยทำเปิดเผย ไม่ได้แอบทำ ได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สภาฯที่มีหน้าที่วินิจฉัยว่า ทำได้  หากวันนั้นเจ้าหน้าที่บอกว่าทำไม่ได้  ตนก็มีวิธีแก้ไขปรับปรุงหลายวิธีเพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามเจตนารมณ์ เช่น การยื่นร่างเข้ามาประกบใหม่ การขอแปรญัตติในวาระ 2  การแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ ตนแค่ปรับปรุงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถูกต้อง สามารถทำได้ ตราบใดที่ประธานรัฐสภายังไม่บรรจุเรื่องเข้าสู่วาระแต่ถูกวาทกรรมกล่าวหาว่าเปลี่ยนหรือสลับร่าง เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง

หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงปิดสำนวนของทั้งสองฝ่าย นายพรเพชร  แจ้งต่อที่ประชุมว่า  ได้นัดประชุมลงมติถอดถอนทั้ง 2 คดีในวันที่ 4 พ.ย. โดยเสียงการถอดถอนต้องมีไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกสนช.ทั้งหมด หรือ 150 คนจากสมาชิกสนช.ทั้งหมด 250 คน

 

Leave a comment