ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ต.ค. 2559 06:20
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/763396

เปิดความภูมิใจ “สุภัค ศิวะรักษ์” หลังเกษียณก่อนกำหนด ระบุ 7 ปี 6 เดือน สามารถบริหารแบงก์ซีไอเอ็มบีไทยจนแข็งแกร่ง บทพิสูจน์แบงก์เล็กสู้แบงก์ใหญ่ได้ ปลื้ม!ธุรกิจวาณิชธนกิจสร้างมาร์เก็ตแชร์ติดท็อป 1 ใน 3 เล็งต่อยอดขยายฐานลูกค้าบุคคลรับเงินลงทุนอู้ฟู่
นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารซีไอเอ็มบี กรุ๊ป เปิดใจหลังตัดสินใจขอลาออกจากตำแหน่งก่อนเกษียณอายุที่ธนาคารซีไอเอ็มบีไทยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า “สิ่งที่ผมภูมิใจที่สุดที่เข้ามาบริหารซีไอเอ็มบีไทย คือ ผมมาคนเดียวแต่สามารถเปลี่ยนแปลงจากแบงก์ที่ผมว่าไม่ใช่แบงก์ เพราะธนาคารไทยธนาคารเกิดจากบริษัทหลักทรัพย์กรุงไทยธนกิจควบรวมกับสหธนาคาร และ 13 ไฟแนนซ์ โดยการทำงานของอดีตผู้บริหารชุดเดิมจึงมีข้อจำกัด แต่เมื่อซีไอเอ็มบี กรุ๊ป จากมาเลเซียเข้ามาเทกโอเวอร์ ใส่เงินทุนเข้ามา ฐานะการเงินดีขึ้น
“เมื่อผมเข้ามาบริหารซีไอเอ็มบีไทย ได้มีการจัดระบบระเบียบการทำงานใหม่ให้การทำงานเป็นแบบธนาคารพาณิชย์มากขึ้น และสิ่งที่ดีใจที่ได้เข้ามาบริหารจนถึงขณะนี้เป็นข้อพิสูจน์แล้วให้เห็นว่า ธนาคารเล็กๆ สามารถแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้ ไม่ใช้เป็นธนาคารเล็กแล้วสู้กับธนาคารใหญ่ไม่ได้ เพียงแต่ต้องหาช่องทางที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ไม่ทำ หรือทำแต่ไม่เชี่ยวชาญ ธนาคารเล็กต้องเข้าไปทำตลาด”
ธุรกิจซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนฯ และวาณิชธนกิจ ซึ่งซีไอเอ็มบีไทยเข้าไปทำตลาด แม้ว่าเราเป็นธนาคารขนาดเล็กแต่มีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 5 และได้รับรางวัลอีกมากมาย
“ซีไอเอ็มบี ไทย” ยังเป็นผู้นำในตลาดตราสารหนี้ ข้อมูลจาก Bloomberg ณ สิ้นปี 2559 ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทยรั้งอันดับ 2 จากการรับประกันการจำหน่ายตราสารหนี้ ทั้งหุ้นกู้เอกชน และรัฐวิสาหกิจในตลาดแรก มีส่วนแบ่งตลาด 12.66% นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัล Most Improved Bond House of the year 2015 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จาก Alpha South East Asia”
ดร.สุภัค กล่าวต่อว่า เมื่อซีไอเอ็มบีไทย เป็นผู้นำในตลาดตราสารหนี้ ทั้งการออกหุ้นกู้ให้กับภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ เรายังคิดค้นตราสารอนุพันธ์รูปแบบใหม่เพื่อสนองความต้องการให้กับบริษัทเอกชน ทำให้สามารถต่อยอดไปถึงลูกค้าบุคคลทั่วไปนำหุ้นกู้เอกชน หรือหุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ หรือตราสารอนุพันธ์ ที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก ไปเสนอขายให้กับลูกค้าบุคคลทั่วไป ทำให้ธุรกิจลูกค้าบุคคลธนกิจ CIMB Preferred (ลูกค้าที่มีเงินฝากหรือเงินลงทุน 1 ล้านบาทขึ้นไป) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีอัตราเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
จากปี 2555 ซีไอเอ็มบีไทย มีฐานลูกค้าที่มีฐานะดีมากกว่า 10,000 ราย ล่าสุด มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น เป็น 60,000 ราย เงินฝากและเงินทุนที่รับบริหารจาก 66,400 ล้านบาท เติบโตเป็น 180,000 ล้านบาท แต่หากแยกเฉพาะเงินลงทุนอย่างเดียว จากปี 2557 มีเงินลงทุนที่รับบริหารอยู่ที่ 37,000 ล้านบาทล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 79,000 ล้านบาทและหากย้อนหลังไปดูผลประกอบการของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 7 ปี 6 เดือนของการบริหารงานของนายสุภัค แม้ว่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว แต่สามารถทำให้ธนาคารทำกำไรสม่ำเสมอได้ โดยปี 2552 มีกำไรสุทธิ 4.32 ล้านบาท ปี 2553 กำไรสุทธิ 840.78 ล้านบาท ปี 2554 กำไรสุทธิ 1,325.11 ล้านบาท ปี 2555 กำไรสุทธิ 1,589.81 ล้านบาท ปี 2556 กำไรสุทธิ 1,490.11 ล้านบาท ปี 2557 กำไรสุทธิ 988.80 ล้านบาท ปี 2558 กำไรสุทธิ 1,052.48 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกปี 2559 กำไรสุทธิ 798.3 ล้านบาท
“ผมเชื่อว่า คุณกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ ที่เข้ามารับตำแหน่งเอ็มดีและซีอีโอซีไอเอ็มบีไทย แทนผมจะต่อยอดสิ่งที่ผมทำไว้ได้ดี เพราะตามประวัติแล้ว คุณกิตติพันธ์ ทำงานเกี่ยวกับสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่เหมือนกัน อีกทั้งเข้ามารับตำแหน่งซีอีโอซีไอเอ็มบีไทยอายุก็เท่าๆกับผม ช่วงที่เป็นเอ็มดี และซีอีโอธนาคารทหารไทย” นายสุภัค กล่าวทิ้งท้าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามบรรดาผู้บริหารซีไอเอ็มบีไทย ที่ร่วมงานกับนายสุภัค เล่าให้ฟังว่า นายสุภัคเป็นคนเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากลูกน้อง ฟังด้วยความเข้าใจ และเป็นคนเข้าใจได้ไวมาก และเวลาฟังก็ฟังแบบไม่มีมุมมองทางด้านลบ เข้าใจธรรมชาติความเป็นไป ทำให้ตัดสินใจเรื่องราวต่างๆได้ดี อีกทั้งเป็นที่ชื่นชอบของลูกน้องจำนวนมาก
ประวัติของนายสุภัค เข้าสู่วงการนายธนาคาร คร่ำหวอดธุรกิจการเงินมากกว่า 25 ปี เริ่มชีวิตทำงานที่ธนาคารทหารไทย ปี 2533เข้ามาดูแลด้านสินเชื่อบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ก่อนก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งสูงสุดกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารทหารไทย ในช่วงปี 2546-2551 ผ่านประสบการณ์ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจของการควบรวมระหว่างธนาคาร ทหารไทย ธนาคารดีบีเอสไทยทนุ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และลาออก จากธนาคารทหารไทยหลังจากไอเอ็นจี กรุ๊ป ของประเทศเนเธอร์แลนด์เข้ามาถือหุ้นใหญ่
หลังจากนั้น กลับสู่วงการธนาคารอีกครั้ง หลังจากซีไอเอ็มบี กรุ๊ป เข้ามาเทกโอเวอร์ ธนาคารไทยธนาคาร พร้อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เมื่อวันที่ 17 มี.ค.52 และแจ้งต่อซีไอเอ็มบี กรุ๊ปขอลาออกเพื่อเกษียณก่อนมีผลในวันที่ 18 ต.ค.58.