ชงครม.ไฟเขียวงบ 1.7 หมื่นล้าน คลังหว่านเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกแหลกหมู่บ้าน 2.5 แสนบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ต.ค. 2559 07:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/763407

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 ต.ค.59 กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านหมู่บ้านกว่า 70,000 แห่งทั่วประเทศ โดยจะจ่ายเงินให้หมู่บ้านละ 250,000 บาท หรือคิดเป็นวงเงินรวม 17,500 ล้านบาท เพื่อให้แต่ละหมู่บ้านนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในโครงการขนาดเล็กตามแนวทางประชารัฐ ในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลเห็นว่า ควรดำเนินการต่อเนื่อง จากปีงบประมาณ 2559 เพราะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนและยังสร้างความเข้มแข็งให้แก่ทุกภูมิภาคของประเทศได้ด้วย

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลได้จัดสรรเงินงบประมาณในโครงการดังกล่าว ให้แก่หมู่บ้านกว่า 70,000 แห่ง หมู่บ้านละไม่เกิน 200,000 บาท รวมเป็นเงิน 14,918 ล้านบาท โดยทุกโครงการต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการหมู่บ้าน ที่ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทยภายใต้หลักการดังนี้ 1.การขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2.การส่งเสริมอาชีพ คุณภาพชีวิตและการมีงานทำของประชาชน 3.การส่งเสริมด้านสาธารณสุข การศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมของหมู่บ้าน 4.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม 5.การพัฒนาแหล่งน้ำ 6.การซ่อมแซมสิ่งสาธารณประโยชน์ในหมู่บ้าน และ 7.โครงการที่เคยเสนอตามโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท แต่ไม่ได้รับการอนุมัติเนื่องจากหมดวงเงินและไม่เป็นโครงการที่มีลักษณะเป็นการก่อสร้างโดยในปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมา สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้เกือบ 100%

ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2560 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จึงสั่งกระทรวงการคลังร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 โดยมีวัตถุ-ประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตั้งเป้าหมายที่จะเบิกจ่ายให้หมดภายในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาสแรกของ 2560 เนื่องจากกรมบัญชีกลางรายงานว่า ผลการเบิกจ่ายเงินของโครงการนี้ในปีงบประมาณ 2559 ระยะแรกเกิดความล่าช้า เนื่องจากเป็นโครงการใหม่และไม่เคยทำมาก่อน แต่เมื่อคณะกรรมการหมู่บ้านมีความเข้าใจมากขึ้น และทางกระทรวงมหาดไทยได้ลงไปกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้เกือบครบ 100% แต่ใช้ระยะเวลานานถึง 12 เดือน

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยมีหลักการคือการเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนภายในประเทศเป็นหลัก และคงไม่ใช่มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากการซื้อสินค้า 15,000 บาท ส่วนเรื่องการแจกเสื้อดำฟรีให้แก่ประชาชน 8.3 ล้านตัว ขณะนี้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 3 แห่งคือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า เพราะในแต่ละปีธนาคารเหล่านี้มีงบช่วยเหลือสังคมอยู่แล้ว.

 

Leave a comment