เจาะตลาดอาหารและเครื่องดื่ม สศอ. ชง 4 กลยุทธ์ลุยเวียดนาม แนะแนวทางให้นักธุรกิจไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 ต.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/763391

 

นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของเวียดนามมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจำนวนโรงงานและคุณภาพมาตรฐานการผลิต เนื่องจากมีการลงทุนด้านเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตใหม่ มีการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ตลอดสายการผลิต รวมทั้งการพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจะเข้าไปขยายธุรกิจตลาดส่งออกอาหารและเครื่องดื่มในเวียดนามซึ่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นปีละ 9% โดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามประเมินว่า การบริโภคอาหารของชาวเวียดนามในปีนี้ จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 29 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับสินค้าหลักๆที่ผลักดันให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเวียดนามขยายตัวต่อเนื่อง คือธุรกิจเครื่องดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร เบียร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการควรดำเนินการเพื่อเข้าสู่ตลาด มี 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านการผลิต ผู้ประกอบการที่จะเข้าสู่ตลาดเวียดนามต้องมีกำลังผลิตเหลือเพียงพอ ไม่ลงทุนเพิ่ม เพราะจะทำให้ต้นทุนสูง โดยสายการผลิตต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของตลาด ที่อาจมีการปรับสูตรให้ต่างจากไทย และความแตกต่างด้านรูปแบบบรรจุเพื่อรองรับเทศกาลสำคัญ และหากวางแผนตั้งโรงงานผลิตในเวียดนาม ควรพิจารณาเรื่องปริมาณวัตถุดิบ แรงงาน โครงสร้างสาธารณูปโภค พื้นที่ตั้ง รวมทั้งค่าใช้จ่ายแฝงอย่างถี่ถ้วน เนื่องจากมีแนวโน้มแข่งขันสูงและปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งการทำธุรกิจส่วนใหญ่ต้องชำระค่าสินค้าเป็นเงินสด ผู้ประกอบการต้องมีการวางแผนกระแสเงินสดให้ดี และการผลิตรูปแบบที่เหมาะสมคือ พันธมิตรแบบธุรกิจร่วมทุน

2. ด้านการตลาด ผู้ประกอบการควรค้นหาสินค้าที่ยังไม่มีในตลาดหรือมีแล้ว แต่สินค้าไทยดีกว่า มีจุดเด่น ขายในราคาที่มีมูลค่าสูงหรือระดับพรีเมี่ยม โดยศึกษาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของตลาดและต้องวางแผนการตลาด และส่งเสริมการขายร่วมกับผู้กระจายสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างการจดจำในสินค้าและเข้าถึงผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคเวียดนามค่อนข้างให้ความสำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายแบบได้รับทันทีที่จุดขาย และเมื่อเข้าสู่ตลาดควรจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบ 3. ด้านการกระจายสินค้า ต้องค้นหาผู้กระจายสินค้าที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละพื้นที่ และหาตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญในช่องทางกระจายสินค้าแบบดั้งเดิม และพนักงานขายตรงเพราะยังเป็นช่องทางที่มีสัดส่วนสูงกว่าค้าปลีกสมัยใหม่ “ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในหัวเมืองใหญ่ของเวียดนามมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะนำเข้าผ่านคนกลางและมีการแข่งขันด้านราคาสูง จึงควรเลือกตัวแทนจำหน่ายโดยพิจารณาจากผลงานและไม่ผูกมัดกับรายเดียว” 4. ด้านการเตรียมความพร้อม ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าในวัฒนธรรม รสนิยม และพฤติกรรมบริโภคที่แตกต่างจากคนไทย เตรียมความพร้อมทีมงานด้วยการพัฒนาทักษะที่จำเป็น.

 

Leave a comment