แจกอีกหมู่บ้านละ 2.5 แสนบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 ต.ค. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/764541

 

ครม.อัดประชารัฐเฟส 2 พยุงเศรษฐกิจฐานราก

ยังแจกไม่หยุด ครม.เคาะแจกอีกหมู่บ้านละ 250,000 บาท อัดเงิน 18,760 ล้านบาททำโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐเฟส 2 “ลุงตู่” กำชับเน้นลงฐานรากจริงๆ ห้ามใช้เงินไปซื้อครุภัณฑ์ใหม่ สร้างศาลาการเปรียญ ซ่อมโรงเรียน เร่งเดินหน้างบปี 61 ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

พันเอกอธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตามแนวทางประชารัฐประจำปีงบประมาณ 2560 โดยอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อดำเนินการรวมวงเงิน 18,760 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินอุดหนุนทั่วไปแก่หมู่บ้านแห่งละ 250,000 บาท จำนวน 74,655 หมู่บ้าน วงเงินรวม 18,663.75 ล้านบาท และค่าดำเนินโครงการจำนวน 96.25 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 เดือน สิ้นสุดเดือน ม.ค.2560

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ระบุวัตถุประสงค์ของโครงการไว้ว่า เป็นเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ภูมิภาคของประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ผ่านโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้าน หรือการดำเนินกิจการสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้านที่เกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริมการประกอบอาชีพ การผลิตและการตลาดเพื่อเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน การพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้พิการ

การจัดสวัสดิการในหมู่บ้านและการสงเคราะห์ผู้ยากจนที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ รวมถึงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสาธารณสุข การส่งเสริมการศึกษา ศาสนา การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของหมู่บ้าน โดยมอบหมายให้กรมการปกครอง สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง ร่วมกันจัดทำคู่มือดำเนินโครงการ

อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เน้นการกลั่นกรองโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และทำโครงการที่ให้เกิดการกระจายของเม็ดเงิน สร้างการจ้างงาน ก่อให้เกิดรายได้ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ ไม่ให้จัดทำโครงการประเภทการจัดซื้อครุภัณฑ์ใหม่ สร้างศาลาการเปรียญ หรือซ่อมแซมอาคารเรียน แต่ควรเป็นโครงการที่ช่วยพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง เช่น การสร้างลานตากมันสำปะหลังที่ยังไม่มีในพื้นที่ และไม่ให้จัดทำโครงการที่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่มีอยู่แล้วในงบประมาณประจำปีปกติ

สำหรับกลไกในการดำเนินการนั้น จะให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการดำเนินโครงการ จัดให้มีคณะกรรมการระดับอำเภอในแต่ละพื้นที่ เป็นผู้พิจารณาอนุมัติโครงการที่ผ่านการพิจารณาคัดเลือก จากประชาคมหมู่บ้านแล้วประชาสัมพันธ์รายละเอียดของโครงการให้ประชาชนรับทราบ รวมทั้งสั่งการให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนด้านต่างๆเพื่อให้คณะกรรมการหมู่บ้านดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

“โครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐประจำปีงบประมาณ 2560 เป็นการดำเนินงานต่อเนื่องขยายผลจากมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล หรือตำบลละ 5 ล้านบาท และโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐระยะที่ 1 หมู่บ้านละ 200,000 บาทสิ้นสุดโครงการไปเมื่อวันที่ 29 ส.ค.2559”

ด้าน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสั่งการในที่ประชุม ครม. ถึงแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 โดยมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะในการกลั่นกรองงบประมาณ โดยการจัดทำงบประมาณปี 2561 ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 20 ปี และเป็นการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์มีจำนวน 28 แผนงาน ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2560 จำนวน 25 แผนงาน แผนงานบูรณาการที่กำหนดเพิ่มเติมอีก 3 แผนงานประกอบด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 การพัฒนาศักยภาพการผลิต ภาคเกษตร และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาค ตะวันออก

อย่างไรก็ตาม แนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2561 นั้น แต่ละหน่วยงานต้องร่วมกันวางแผน กำหนดเป้าหมายการดำเนินงาน และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานสากล รวมทั้ง จัดทำแผนแม่บทระยะปานกลาง และระยะยาวที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และต้องบูรณาการร่วมกับจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับความ ต้องการของประชาชน.

 

Leave a comment