ไฟเขียวเกณฑ์จ่ายเงินบัตรทองปี 60 ใช้รูปแบบขั้นบันได

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/236180

แบบ, ใหม่, จ่ายล่วงหน้า, จัดสรรงบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2560, เกณฑ์ใหม่, ไฟเขียวงบบัตรทองปี, ไฟเขียว, เกณฑ์, จ่าย, เงิน, บัตร, ทอง, ใช้, รูปแบบ, ขั้นบันได, ใช้รูปแบบขั้นบันได
แบบ, ใหม่, จ่ายล่วงหน้า, จัดสรรงบบัตรทอง ปีงบประมาณ 2560, เกณฑ์ใหม่, ไฟเขียวงบบัตรทองปี, ไฟเขียว, เกณฑ์, จ่าย, เงิน, บัตร, ทอง, ใช้, รูปแบบ, ขั้นบันได, ใช้รูปแบบขั้นบันได

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 1 ส.ค. 2559

ไฟเขียวเกณฑ์จ่ายเงินบัตรทองปี 60 ใช้รูปแบบขั้นบันได

บอร์ดสปสช.มีมติเห็นชอบเกณฑ์จัดสรรงบบัตรทองปี 60 ยกเลิกระบบจ่ายล่วงหน้า หลังมีปัญหาสถานพยาบาลถูกเรียกเงินคืนภายหลัง จัดใหม่เป็นแบบขั้นบันได

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(บอร์ดสปสช.) กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดสปสช.ว่า บอร์ดสปสช.มีมติเห็นชอบเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2560 ภาพรวมเพิ่มขึ้น 1.61 % เฉพาะงบเหมาจ่ายรายหัวเพิ่ม 2.67 % ส่วนค่าตอบแทนนกำลังคนด้านสาธารณสุขย้ายไปตั้งที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทั้งหมดผ่านการหารือร่วมระหว่างสปสช.และสธ.แล้ว โดยจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้น ทั้งการเข้าถึงบริการโดยเฉพาะโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ลดระยะเวลารอคิวผ่าตัด การได้รับบริการแพทย์แผนไทย และการได้รับการส่งเสริมป้องกันโรค และสธ. สปสช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จะทำงานร่วมกันในเรื่องการส่งเสริมสุขภาวะเด็กปฐมวัย การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว เป็นต้น ขณะที่การออกแบบการจัดสรรงบฯจะทำให้หน่วยบริการมีความคล่องตัวในการให้บริการมากขึ้น และเพิ่มกลไกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเลขาธิการสปสช.ใหม่ เนื่องจากบอร์ดสปสช.มีมติไม่รับรองนพ.ประทีป ธนกิจเจริญ อดีตรองเลขาฯสปสช.เป็นเลขาฯสปสช.  ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ตามระเบียบสปสช.จะต้องมีคณะกรรมการสรรหา จำนวน 5 คนซึ่งที่ผ่านมาได้กำหนดให้มีผู้แทนจาก 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชน ผู้แทนจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากวิชาชีพด้านสาธารณสุข และผู้แทนจากรมว.สธ. แต่กรณีนี้บอร์ดสปสช.ในสัดส่วนของภาคเอกชนมีความประสงค์ไม่ส่งชื่อบุคคลเข้าร่วมเป็นกรรมการสรรหา บอร์ดสปสช.จึงมีมติให้ใช้ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)เสนอชื่อคณะกรรมการสรรหาแทนภาคเอกชน แต่บุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการสรรหาต้องไม่เป็นสมาชิกอปท.

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการเลขาธิการสปสช. กล่าวว่า งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2560 ได้รับทั้งสิ้น 165,773.0144 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินเดือนหน่วยบริการภาครัฐ 42,307.234 ล้านบาท ดังนั้น คงเหลืองบกองทุนที่ส่งให้ สปสช. 123,465.7804 ล้านบาท สำหรับงบ 6รายการคือ 1.บริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว 48.8029 ล้านคน 151.770.6746 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59จำนวน 80.93 ล้านบาท 2.บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 291,900 ราย 3,122.408 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 จำนวน110.507 ล้านบาท

3.ค่าบริการสาธารณสุขผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 52,911 ราย 7,529.2353 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 จำนวน1,211.1363 ล้านบาท 4.บริการควบคุมป้องกันรักษาโรคเรื้อรัง รวมจิตเวชเรื้อรังในชุมชน 2,822,600 ราย 960.409 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59 จำนวน 1.409 ล้านบาท 5.ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร เสี่ยงภัย และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 173แห่ง 1,490.2875 ล้านบาท 6.ค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 150,000 คน 900 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 59จำนวน 300 ล้านบาท

ในส่วนของการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวปี 2560 ที่ได้รับ 3,109.87 บาทต่อประชากรนั้น คณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุน และคณะอนุกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ ได้พิจารณาแล้ว แบ่งเป็น 8 รายการ ดังนี้ 1.บริการผู้ป่วยนอกทั่วไป 1,137.58 บาท 2.บริการผู้ป่วยในทั่วไป 1,090.51 บาท 3.บริการกรณีเฉพาะ 315.98 บาท 4.บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค 405.29 บาท 5.บริการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 16.13 บาท 6.บริการแพทย์แผนไทย 10.77 บาท แต่มีข้อเสนอให้เพิ่มขึ้นอีก 0.84 บาทต่อประชากร รวมเป็น 11.61บาท โดยตัดงบจากรายการบริการกรณีเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการส่งเสริมการใช้บริการแพทย์แผนไทย 7.ค่าบริการทางการแพทย์ที่เบิกจ่ายในลักษณะงบลงทุน 128.69 บาท และ8.เงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 4.92 บาท

“เกณฑ์การจัดสรรงบฯบัตรทองที่มีการปรับเปลี่ยนในปีนี้ อาทิ  มีการยกเลิกการจ่ายเงินล่วงหน้าให้หน่วยบริการ เนื่องจากมีปัญหาโดยเฉพาะเรื่องที่หน่วยบริการถูกเรียกเงินคืนกลับในภายหลัง  นอกจากนี้ มีการจัดสรรงบฯแบบขั้นบันได โดยหน่วยบริการที่อยู่ในพื้นที่กันดาร ประชากรน้อยแต่จำเป็นต้องมีหน่วยบริการจะได้รับการจัดสรรงบฯรายหัวมากกว่าปกติ  ซึ่งมีการกันเงินไว้ไม่เกิน 7,000 ล้านบาทสำหรับการปรับเกลี่ยแบบขั้นบันได ซึ่งปัจจุบันมีรพ.สังกัดสธ.เข้าเกณฑ์นี้ 200 แห่งจากทั้งหมด 1,000 แห่ง  และการบริหารจัดการค่าบริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และป้องกันโรคนั้น ได้มีการกันเงินไว้ปรับเกลี่ยระดับประเทศ เขต จังหวัด จำนวนไม่เกิน 1,900 ล้านบาท”นพ.ศักดิ์ชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมบอร์ด สปสช.มีกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนนำโดยนายธนพล ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตเดินทางมายื่นหนังสือต่อศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล เนื่องจากมีความกังวลว่าจะมีการดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่อสิทธิ์ของผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) เช่น การให้ประชาชนร่วมจ่าย การเปลี่ยนระบบเป็นแบบอนาถา และการแก้ไขพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มที่สนับสนุนการทำงานของประธานบอร์ด สปสช.มายื่นหนังสือให้กำลังใจด้วย ซึ่งนพ.ปิยะสกล กล่าวภายหลังรับหนังสือว่ายืนยันว่าสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นเพื่อประชาชนจริงๆ ขอให้ฟังข้อมูลจากตนโดยตรงเพราะเป็นของจริง ส่วนที่ไปรับฟังอะไร จากใครนั้น ล้วนเป็นความคิดเห็นที่นึกคิดขึ้นเองทั้งสิ้น สิทธิ์ของประชาชนไม่น้อยกว่าเดิมแน่นอน

 

Leave a comment