ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 พ.ย. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/778747

Trump’s win is stunning repudiation of political elites
ตลาดเงิน-หุ้น-ทองคำ ผันผวนรับ “ทรัมป์”
การรายงานผลการนับคะแนนเสียงของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต และนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันในรัฐต่างๆทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯเมื่อวานนี้ (9 พ.ย.) ดำเนินไปด้วยความเข้มข้น เพราะคะแนนของทั้งสองต่างก็ตีคู่กันมาชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอกันจนส่งผลให้ดัชนีชี้วัดอารมณ์ของสังคมเป็นไปในทิศทางที่แสดงถึงความวิตกกังวลและหวาดกลัว กระนั้น นายทรัมป์และพลพรรคจากรีพับลิกันก็กวาดคะแนนเสียงไปได้อย่างท่วมท้น และได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯไปในที่สุด

ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยติดลบไปร่วม 20 จุดในระหว่างวัน แต่ปิดตลาดลดลง 0.41 จุด ปิดที่ 1,509.43 จุด มูลค่าซื้อขาย 93,328.60 ล้านบาท เช่นเดียวกับตลาดหุ้นของหลายประเทศในภูมิภาค นี้ โดยดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 3 เดือนร่วงลงไป 446.67 จุด ไปอยู่ที่ระดับ 22,462.0 จุด ดัชนีหุ้นนิเคอิ ติดลบ 919.84 จุดโดยลดลงหนักถึง 5.36% ไปปิดที่ 16,251.54 จุด ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าดิ่งลงไป 867 จุด ส่วนตลาดหุ้นในยุโรปก็มีตลาดหุ้นอิตาลีร่วงลงหนักสุด 307.51 จุด ตามด้วยสเปน เยอรมนี ฝรั่งเศส และอังกฤษ
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน กล่าวถึงผลกระทบต่อตลาดการเงินของไทยว่าค่อนข้างมีความผันผวนสูงในระหว่างวัน แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นไปในระยะสั้น โดยจะค่อยๆปรับตัวและกลับสู่ภาวะปกติได้ กรณีนี้ ธปท.ได้เข้าดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว อย่างไรก็ตาม ธปท.อยากให้นักธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนเคลื่อนย้ายเตรียมตัวรับมือกับความผันผวนของค่าเงินบาทที่อาจสูงขึ้นกว่านี้
“หลังจากที่ได้ตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯแล้ว จะมีการทยอยประกาศนโยบายทางเศรษฐกิจ และการเมืองของสหรัฐฯออกมาเป็นระยะๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก รวมทั้งเงินทุนเคลื่อนย้าย และค่าเงินบาทของไทยให้มีความผันผวนเพิ่มขึ้นและต่อเนื่องอีกในระยะเวลาหนึ่ง จึงอยากให้ภาคเอกชนไทยเตรียมที่จะรับมือเรื่องนี้ต่อเนื่อง โดยในส่วนของ ธปท.จะติดตามดูแลสถานการณ์ในตลาดการเงินอย่างใกล้ชิด”
นายธนรัตน์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคำในประเทศวันเดียวกันได้ปรับขึ้นลงมากถึง 19 ครั้ง หลังพุ่งขึ้นไปแตะที่ระดับ 800 บาทต่อบาท แต่ก็กลับมาปิดบวก 200 บาท โดยทองคำแท่งซื้อบาทละ 21,400 บาท ขายบาทละ 21,500 บาท ทอง รูปพรรณซื้อบาทละ 21,011.76 บาท ขายบาทละ 22,000 บาท ตามตลาดโลกที่บวกขึ้นไป 5% อยู่ที่ 1,298 เหรียญต่อออนซ์ ขึ้นไปสูงสุดที่ 1,337 เหรียญ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้า หน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า นักลงทุนวิตกว่าชัยชนะของนายทรัมป์จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทั้งของโลกและสหรัฐฯจะเห็นว่าตลาดหุ้นร่วงทั่วโลก ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนลง ขณะที่ราคาทองคำดีดตัวขึ้น “มีความไม่แน่นอนสูงว่าเขาจะเข้ามาทำอะไรได้บ้าง ตามนโยบายที่หาเสียงซึ่งส่วนใหญ่เป็นนโยบายชาตินิยม และต่อต้านกระแสโลกสมัยใหม่ หวังว่านโยบายที่สุดโต่งไม่น่าจะทำได้จริง เพราะจะเกิดผลเสียหายต่อสหรัฐฯเอง”
ส่วนนโยบายที่จะเอาฐานผลิตกลับไปที่สหรัฐฯ และลดการพึ่งพาการส่งออกยกเลิกข้อตกลงการค้า TPP และ NAFTA ต่อต้านการนำเข้าสินค้าจีนโดยตั้งกำแพงภาษีสูงๆ การค้าโลกคงจะเกิดผลกระทบแน่นอน โดยเฉพาะสถานการณ์ขณะนี้ที่การค้าโลกอยู่ ในภาวะที่ไม่ดีอยู่แล้วก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก ดังนั้นจึงอาจเห็นการจัดระเบียบใหม่ของการค้าโลก แต่เชื่อว่าหลายนโยบายของนายทรัมป์จะไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะการตั้งแง่เล่นงานจีนมากๆ จีนซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯสูงที่สุด หากขายพันธบัตรออกมา สหรัฐฯจะปั่นป่วนเอง รัฐสภาสหรัฐฯไม่น่าจะเอาด้วย ดังนั้นในระยะสั้นที่ตลาดเงินตลาดทุน และทองคำที่ผันผวนก็เพราะผู้คนตกใจกลัว แต่น่าจะเป็นเพียงช่วงสั้นเท่านั้น เหมือนช่วงที่เกิดกรณี Brexit ที่อังกฤษโหวตออกจากสหภาพยุโรป ที่คนกังวลสุดขีด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เกิดผลกระทบรุนแรงในทันที กรณีนี้ก็เช่นกัน จะเห็นว่าการกล่าวสุนทรพจน์ของทรัมป์หลังได้รับชัยชนะ ทรัมป์มีท่าทีที่ประนีประนอมมากขึ้น โดยเขาระบุว่าจะหาจุดยืนร่วมกัน เพื่อรวมสหรัฐฯเข้าด้วยกันและจะพยายามทำงานกับประเทศอื่นๆ ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงดีดกลับมาดีขึ้น ไม่ปรับตัวลดลงมากเหมือนช่วงแรก
ส่วนกระแสเงินทุนระยะสั้นที่ไหลเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงเช่นทองคำ คาดว่า สุดท้ายเงินทุนจะไหลกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ทั้งเอเชียและไทย เพราะประเทศเหล่านี้เศรษฐกิจยังมีโอกาสโตได้ดีกว่าเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะยังคงนโยบายปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินสหรัฐฯก็ต้องแข็งขึ้น เงินบาทไทยก็อาจอ่อนค่า แต่ไทยมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดมาก เงินบาทก็คงไม่อ่อนค่ามาก ดังนั้นผลกระทบต่อไทยโดยตรงจึงมีไม่มากนัก
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการที่นายทรัมป์ชนะเลือกตั้งว่า ทำให้ตลาดเกิดอาการช็อกจากที่มีการประเมินว่านางคลินตัน จะเป็นผู้ชนะ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.05-0.06 บาทต่อดอลลาร์ มาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 34.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูดาวโจนส์เปิดทำการว่าจะปรับตัวลดลงเท่าไร โดยคาดว่าตลาดหุ้นดาวโจนส์จะลดลงทันที 3-5% เมื่อเปิดทำการและระยะสั้นๆเงินบาทของไทยมีโอกาสแข็งค่าขึ้นไปอยู่ที่ 34.50 บาทต่อดอลลาร์.