อย่าประมาท!! TMB เตือนนักลงทุนรับมือ วิกฤติ ‘ทรัมป์ ช็อก’ อาจมาอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 พ.ย. 2559 15:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/779371

 

ทีเอ็มบี ชี้ปรากฏการณ์ ”ทรัมป์ ช็อก” คาดเดายาก เตือนนักลงทุนระมัดระวัง สะเทือนตลาดเงิน-ทุนผันผวนระยะสั้น ไปถึง ม.ค.ปีหน้า หลังประกาศนโยบายที่ชัดเจนออกมา เตือนอย่าประมาท อาจช็อกอีกรอบได้…

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. มีรายงานว่า ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics คาดผลกระทบจากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ “Trump Shocks” จะส่งผลให้ตลาดเงินและตลาดทุนไทยผันผวนเพียงระยะสั้น ขณะที่ในระยะยาวเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีโอกาสเจอกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ จนส่งผลให้เฟดต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเร็วกว่าคาด

ทั้งนี้ ภายหลังผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดออกมาพลิกความคาดหมายของนักวิเคราะห์ โดยไม่เพียงแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 สภาครองเกรสก็ยังตกอยู่ภายใต้การควบคุมเบ็ดเสร็จของพรรครีพับลิกัน ทำให้ตลาดทุนทั่วโลกกังวลกับนโยบายสุดโต่งของนายทรัมป์ หลังจากที่เคยชินกับนโยบายเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ของพรรคเดโมแครตมาเกือบทศวรรษ แต่หลังจากนายทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ตอบรับชัยชนะ ตลาดกลับคลายกังวลอย่างรวดเร็วมาก ชี้ว่าปรากฏการณ์ “Trump Shocks” อาจส่งผลที่คาดเดาได้ยาก และนักลงทุนควรระมัดระวังการลงทุนช่วงนี้เป็นพิเศษ

สำหรับปรากฏการณ์ “Trump Shocks” เริ่มปั่นป่วนตลาดทันทีที่คะแนนเสียงของนายทรัมป์เริ่มนำนางคลินตันอย่างชัดเจน ทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงอย่างฉับพลันและเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ดัชนีนิเคอิของญี่ปุ่นร่วงรุนแรงถึง 6.63% และเงินเยนแข็งค่า 3.97% เวลาเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยก็ได้ปรับตัวลง 1.47% และบอนด์ยีลด์ลดลงทันที อย่างไรก็ตาม นักลงทุนกลับต้องช็อกอีกระลอกหลังนายทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ตอบรับชัยชนะ และเน้นย้ำถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่เลวร้ายเหมือนในช่วงหาเสียง ส่งผลให้มีแรงเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหนัก ทำให้ดัชนี S&P500 กลับมาบวกและพันธบัตรสหรัฐฯ เผชิญแรงขายอย่างรุนแรง และในตอนเช้าตลาดเอเชียก็รับอาการช็อกด้วยการกลับมายืนที่จุดเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


จากปรากฏการณ์ Trump Shocks ศูนย์วิเคราะห์ฯ มองตลาดจะมีความผันผวนต่อเนื่องในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนส่วนมากยังสับสนกับนโยบายของนายทรัมป์และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความผันผวนในตลาดจะคงอยู่จนกว่านายทรัมป์จะประกาศนโยบายที่แน่ชัดออกมาในช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

ส่วนในระยะยาวศูนย์วิเคราะห์ฯ มองว่า สิ่งที่จะกำหนดทิศทางของตลาดทุนไทยที่แท้จริงคือ นโยบายการเงินของเฟด โดยมองผลลัพธ์ออกเป็น 2 กรณี คือ 1. กรณีที่นโยบายเศรษฐกิจของนายทรัมป์ได้รับอนุมัติทั้งหมด เชื่อว่าจะก่อให้เกิด Trump Shocks อีกรอบ และเงินเฟ้อดีดตัวอย่างชัดเจน อันเป็นผลมาจากนโยบายการค้าและผู้อพยพที่สุดโต่ง ทำให้เฟดจำต้องตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเร็ว โดยคาดว่า จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในสิ้นปีนี้ 0.25% และเพียง 2-3 ครั้ง 0.25% ในปีหน้า ซึ่งในกรณีนี้จะส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของเงินทุนโลกเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงขายทั้งในหุ้นและบอนด์ไทย กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าได้อีกประมาณ 3% จากสิ้นปีนี้ถึงปีหน้า

2. กรณีที่นโยบายเศรษฐกิจของนายทรัมป์ได้รับการตอบสนองบ้าง แม้เศรษฐกิจจะเติบโตได้น้อยกว่า แต่จะไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและระดับหนี้สิน ส่งผลให้เฟดมีโอกาสที่จะใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายได้ต่อ โดยคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง ในสิ้นปีนี้และอีก 1 ครั้งในปีหน้า ส่งผลให้ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าเพียงเล็กน้อย 1.5% จากสิ้นปีนี้ถึงปีหน้า

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ Trump Shocks ชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินหลังจากนี้นั้นยากที่จะคาดเดา ทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจและทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย จากนี้ไปจนถึงปีหน้าคงจะยังมีเรื่องช็อกอื่นอีก นอกจาก Trump Shocks ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การกีดกันทางการค้า การเมืองในยุโรป และปัญหาหนี้เสียในจีน ดังนั้นผู้ประกอบการและนักลงทุนไทย จึงควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และเตรียมตัวรับกับความผันผวนของตลาดที่จะยังมีมากขึ้นเรื่อยๆ.

2 อดีตขุนคลัง ประเมินผลกระทบไทย-ความเปลี่ยนแปลง หลัง ‘ทรัมป์’ คว้าชัย

‘อนุสรณ์’ ชี้ ‘ทรัมป์’ พลิกโผคว้าชัย สะเทือน ‘หุ้น-ทอง-การเงิน-ค้าโลก’

สมคิด ไม่หวั่นนโยบาย ‘ทรัมป์’ เชื่อ คนอเมริกา อยากเปลี่ยนแปลง

‘ทรัมป์’ คว้าชัย ทำทองไทยผันผวน 19 ครั้ง ขึ้นรวม 200 รูปพรรณ 2.2 หมื่น

 

Leave a comment