เหมือนเป๊ะ! ยักษ์ใหญ่โคลนนิ่งสินค้าเจ้าอื่น ‘ผูกขาด’ หรือ ‘โอกาส’ ของคุณ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/781367

 

เมื่อยักษ์ใหญ่ปั้นผู้ต่อสู้หน้าใหม่ขึ้นทำศึก เขาพร้อมสรรพไปด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ (เมล็ดพันธุ์ พืชผัก อาหารสัตว์ เนื้อสัตว์ โรงงาน ร้านค้า) จึงมิใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ที่ยักษ์ใหญ่จะสามารถช่วงชิงพื้นที่ส่วนใหญ่ในสนาม และกวาดต้อนเอาคู่ต่อสู้ตัวเล็กๆ หน้าเก่าๆ ตกสนามไปได้ในที่สุด!

แน่ล่ะ! เราเชื่อว่า คุณต้องเคยพบเจอกับเหตุการณ์นี้… ณ ร้านสะดวกซื้อ คุณหยิบขนมปังที่กินประจำขึ้นมา เหลือบมองที่ป้ายราคา พบว่า ราคาอยู่ที่ 22 บาท ชำเลืองไปทางขวา คุณเห็นขนมปังแบบเดียวกันเป๊ะ เช็กราคาปุ๊บ ปรากฏว่า ราคาแค่ 18 บาทเท่านั้น!…ความลังเลใจบังเกิดขึ้น “สิ่งที่รัก” กับ “สิ่งที่(ราคา)ถูก” เป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร?

ตอบคำถามนี้ด้วยตัวเลขจาก น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เธอบอกกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เฮาส์แบรนด์* เธอเรียกอย่างนั้น (อธิบายง่ายๆ ความหมายของเฮาส์แบรนด์ก็คือ สินค้าที่ร้านค้ายักษ์ใหญ่ผลิตออกมาคล้ายคลึงกับสินค้าอื่นๆ ในท้องตลาด และมีข้อได้เปรียบ คือ ราคาถูกกว่า) เฮาส์แบรนด์จะสามารถขายได้ดีในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว เนื่องจากผู้บริโภคต้องการความประหยัด จึงอยากทดลองสิ่งแปลกใหม่ และทำให้ปี 2559 ตลาดสินค้าเฮาส์แบรนด์ในเมืองไทย ขยายตัว 10-15% โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 27,000 ล้านบาท 


“สิ่งที่รัก” กับ “สิ่งที่(ราคา)ถูก” เป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร?
ราคาถูกกว่า คุณภาพไม่ต่าง! จุดเด่นดึงลูกค้าเลือก”เฮาส์แบรนด์”

สินค้าเฮาส์แบรนด์ มีจุดเด่นทางด้านราคาที่ถูกกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปเฉลี่ย 10-30% เพราะฉะนั้น เฮาส์แบรนด์จึงสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในกลุ่มที่มีรายได้ระดับปานกลาง ไปจนถึงระดับล่างได้เป็นอย่างดี โดยในช่วงเริ่มต้น ผู้บริโภคอาจจะเลือกซื้อสินค้าเฮาส์แบรนด์เพื่อมาทดแทนแบรนด์ที่ตัวเองใช้เป็นประจำ แต่เมื่อนำมาใช้แล้ว กลับพบว่า คุณภาพของเฮาส์แบรนด์ไม่ได้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ มิหนำซ้ำยังมีราคาถูกกว่า ซึ่งจุดๆ นี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคอาจซื้อสินค้าเฮาส์แบรนด์มาใช้ถาวร” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวถึงข้อมูลที่ได้มาจากงานวิจัย

ในแง่มุมที่ว่า สินค้า “คุณภาพใกล้เคียงกัน” หรือ “ราคาถูกกว่า” เกวลิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเรื่องนี้ว่า เมื่อการแข่งขันของวงการค้าปลีกเริ่มร้อนแรงขึ้น ผู้ประกอบการต่างงัดกลยุทธ์ทางการตลาดออกมาใช้ โดยเฉพาะกลยุทธ์ทางด้านราคาที่ต่ำกว่า ภายใต้คุณภาพของสินค้าที่ผู้บริโภครับได้ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวส่งผลดี และถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย

“ถ้าผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ลงสนามมาขายสินค้าที่เหมือนๆ กับผู้ประกอบรายเล็ก ผู้ประกอบรายเล็กจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างไร?” ผู้สื่อข่าวถาม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ซึ่งเธอให้คำตอบว่า “สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย พวกเขาอาจจะต้องถูกผลักให้ตัวเองพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพพรีเมียมมากขึ้น เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบการรายย่อยควรสร้างจุดเด่น-จุดแข็งให้กับสินค้าของตัวเอง หรือมองหาช่องทางการตีตลาดต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น ตลาดท้องถิ่น, ตลาดต่างประเทศ และตลาดออนไลน์”

“ที่สำคัญ ผู้ประกอบการรายย่อยอย่าหยุดนิ่งที่จะพัฒนา เพราะเมื่อใดก็ตามที่สินค้าของคุณสามารถตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด โอกาสที่สินค้าของคุณจะครองใจผู้บริโภคและกลายเป็นผู้นำในตลาดก็มีมากขึ้น” เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะยักษ์เล็กวิ่งตามยักษ์ใหญ่


ตีตลาดออนไลน์
คุมการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ใครริสู้ก็แพ้ไป!

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลถึงกรณีผู้ประกอบการรายใหญ่ผลิตสินค้าคล้ายคลึงกับผู้ประกอบการรายเล็ก ว่า “เรื่องนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ที่นำสินค้าไปวางขายในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ แต่เรื่องนี้ยังกระทบเป็นวงกว้างแก่เจ้าของร้านอาหารตามสั่งต่างๆ พ่อค้าแม่ค้าร้านโชห่วยต่างๆ เพราะผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่มีกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป พวกเขาไม่สามารถผลิตวัตถุดิบได้เอง พวกเขาต้องซื้อทุกอย่าง สุดท้ายพวกเขาก็เสียเปรียบ และต้องปิดตัวไปในที่สุด

“ยกตัวอย่างง่ายๆ ข้าวผัด 1 จาน ผู้ประกอบการรายใหญ่สามารถควบคุมการผลิตได้ตั้งแต่การเลี้ยงสัตว์ ใช้เมล็ดพันธุ์ผัก หรือแม้กระทั้งการผลิตในโรงงานครั้งละมากๆ เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่ผู้ประกอบการรายใหญ่จะสามารถขายได้ในราคาถูก และคุณภาพเท่ากันทุกจาน แต่สำหรับตาสีตาสาชาวบ้านที่ต้องหาเลี้ยงชีพด้วยกระบวนการผลิตธรรมดาๆ เขาจะไปสู้ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อย่างไร เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวด้วยความเป็นห่วง

จากกรณี “ข้าวผัด” ข้างต้น เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้ตั้งคำถามกับผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมผ่านทีมข่าวไว้ว่า จากกรณีเช่นนี้ ภาคฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรหันมาพิจารณาถึงความเหมาะสมหรือไม่ว่า อันที่จริงแล้ว ร้านค้าปลีกรายใหญ่ที่ตั้งอยู่ในชุมชน ควรนำข้าวผัดมาขายทับซ้อนกับชาวบ้านในชุมชนหรือไม่?

นอกจากนี้ สารี อ๋องสมหวัง NGO คนดัง ได้แนะนำว่า ณ เวลานี้ ภาครัฐควรปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง เนื่องจากโครงสร้างสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามีการแทรกแซงมาจากภาคธุรกิจ และภาคการเมืองมาโดยตลอด จนส่งผลสืบเนื่องให้คณะกรรมการฯ ไม่สามารถวินิจฉัยความผิดของผู้ประกอบการรายใหญ่ได้

คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ไม่ควรเป็นตัวแทนจากภาคธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ควรจัดให้มีบุคคลจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น นักวิชาการ หรือตัวแทนผู้บริโภค เข้าไปเป็นคณะกรรมการฯ ด้วย ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การบริหารจัดการมีความอิสระ การปฏิบัติงานไม่ถูกแทรกแซง และใช้เป็นเครื่องมือกำกับดูแล แก้ปัญหาการผูกขาด ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมต่อไป สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ทิ้งท้ายด้วยความหวัง


เฮาส์แบรนด์ = คุณภาพใกล้เคียงและราคาถูกกว่า
มติ สนช. รับหลักการร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า

อย่างไรก็ตาม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการพิจารณาเรื่องด่วนคือ ร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. … เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับเดิมไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งการกำกับดูการแข่งขันทางการค้าเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ทำให้การแข่งขันทางการค้าไม่คล่องตัวและเป็นอิสระ จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ และมีการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลการแข่งขันให้มีความคล่องตัว ทันต่อการประกอบธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ทั้งนี้ ที่ประชุม สนช. มีมติ 187 : 1 เสียง รับหลักการของร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาในรายละเอียด 21 คน ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน แปรญัติ 15 วัน

นิมิตหมายที่ดีเริ่มปรากฏ…

กฎหมายฉบับใหม่ จะสกัดยักษ์ใหญ่ได้หรือไม่? ต้องติดตาม!
แต่ที่แน่ๆ คุณลองทบทวน ณ เวลานี้ได้เลยว่า
ที่ผ่านมา ยักษ์ใหญ่ “ผูกขาด” หรือ “มอบโอกาส” ให้กับคุณ?


Leave a comment