ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/247979
การเมือง > ข่าวการเมือง : 5 พ.ย. 2559
ยธ.โต้กลับ”กสม.”มั่วปูดเหตุไฟใต้ปะทุ
โฆษกยธ.แจงยกระดับงานอำนวยความยุติธรรมชายแดนใต้เต็มรูปแบบ ใช้บุคลากรอาวุโส-ประสบการณ์สูง ออกคู่มือการปฏิบัติงานเลี่ยงละเมิดสิทธิ พร้อมให้กสม.ร่วมตรวจสอบ
5 พ.ย. — นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่าอาจมีสาเหตุจากเจ้าหน้าที่รัฐละเมิดสิทธิประชาชนในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดละเมิดสิทธิและไม่เคยได้รับโทษ จนทำให้เกิดการตอบโต้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจอย่างระมัดระวังและเป็นธรรมว่า กระทรวงยุติธรรมในฐานะในฐานะเจ้าภาพกลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบฯ และคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตระหนักในสิ่งเหล่านั้นดีจึงจัดให้มีการประชุมร่วมกันทั้งกลุ่มภารกิจงานอำนวยความยุติธรรม และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง จำนวน 23 หน่วย รวมถึงผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในปี 59 และแผนการดำเนินงานในปี 60 และได้รับข้อเสนอแนะการดำเนินงาน ด้วยการจัดระบบการเยียวยาให้เป็นธรรมทั้งระบบให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน การเพิ่มศักยภาพและบูรณาการการเก็บพยานหลักฐานของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พนักงานสอบสวน และศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ( ศอชต.) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานดำเนินการไปแล้ว ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานสอบสวนด้วยการเพิ่มอัตราที่มีประสบการณ์ลงไปอย่างเพียงพอ
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า ขณะที่พนักงานอัยการก็จัดให้มีพนักงานอัยการที่มีประสบการณ์ลงไปทำหน้าที่ ส่วนศาลที่มีการดำเนินคดีความมั่นคงแยกออกมาดำเนินการมีผู้พิพากษาอาวุโสมีประสบการณ์ลงไปทำงานโดยมีรองอธิบดีผู้พิพาภษาภาคลงไปตรวจสำนวน ระยะเวลาการดำเนินคดีที่มีพยานหลักฐานพร้อมอยู่ระหว่าง 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมทั้งให้เพิ่มประสิทธิภาพฐานคดีความมั่นคงให้เป็นเอกภาพและมีฐานข้อมูลกลางไม่แยกส่วน จัดให้มีการส่งเสริมการใช้บริการงานคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เช่น จัดตั้งศูนย์ประสานงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ อบรมเจ้าหน้าที่ ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ลงพื้นที่หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองพยานดังกล่าวแล้ว
นายธวัชชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อห่วงกังวลด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ในปีที่ผ่านมากระทรวงยุติธรรมได้ดำเนินการอบรมเจ้าหน้าที่ทหารในหน่วยเฉพาะกิจและตำรวจ จำนวน 3,4000 คน ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนและผลิตคู่มือสำหรับการปฏิบัติงาน ซึ่งยังคงมีการดำเนินการต่อเนื่องในปีถัดไป โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำหลักสูตรในการอบรมเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและองค์กรภาคประชาสังคมในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ได้ตรงประเด็นต่อไป ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม จำเป็นต้องควบคุมให้ทุกหน่วยปฏิบัติอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเพื่อปกป้องผู้บริสุทธิที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในพื้นที่เป็นสำคัญและยินดีให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชาติเข้าร่วมทุกขั้นตอน
