ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
02 ตุลาคม 2559 เวลา 10:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/457913

โดย…ราช รามัญ
วันคืนผ่านไปใกล้สิ้นปี คนที่มีสุขจะรำพึงว่า เวลาผ่านรวดเร็ว ส่วนคนที่มีทุกข์คิดว่า ทำไมยาวนานนัก
ไม่ต่างจากครั้งที่พระพุทธเจ้าของเราที่พระองค์ยังทรงเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ทรงมากไปด้วยความทุกข์ทางความคิดและจิตใจ เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่พระองค์ปรารถนา โดนพระบิดาและวงศาคณาญาติจะให้ขึ้นเป็นผู้ปกครองแคว้น คนที่ต้องเป็นอะไรที่ไม่อยากจะเป็น ย่อมจะต้องมีความทุกข์อย่างแน่แท้
ในที่สุดก็ตัดสินพระทัย ขอเดินทางตามของพระองค์ที่จิตวิญญาณพึงปรารถนา ฝ่าฟันสิ่งต่างๆ นานัปการกว่าที่จะถึงวันปราบมารในหัวใจของพระองค์ได้สำเร็จอย่างราบคาบ กระทั่งเป็นผู้มีจิตใจอันบริสุทธิ์ตลอดกาล มีคนเคยถามผมว่า พอทราบไหม เจ้าชายสิทธัตถะ มีใครเป็นไอดอล จึงได้เลือกทางเดินให้ชีวิตมาทางนี้จนบรรลุธรรม
ตอบแบบเอาตัวรอดในเชิงวรรณคดี คงจะต้องบอกว่า เกิดจากการตั้งเป้าหมายตั้งแต่สมัยเป็นสุเมธดาบสที่เอาตัวเองนอนขนานพื้นแล้วให้พระพุทธเจ้าองค์ก่อนเดินเหยียบข้ามไป แล้วก็ตั้งเป้าหมายอธิษฐานจิตขอเป็นพระพุทธเจ้าบ้างในอนาคตกาล เจ้าชายสิทธัตถะไม่ได้มีใครเป็นไอดอล แต่มีพันธสัญญากับจิตใต้สำนึกที่ผ่านข้ามภพชาติที่คอยเตือนสะกิดจิตใจตัวเองมากกว่า
วันก่อนผมได้มีโอกาสได้พบกับ คุณวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า พอลตี 10 เพราะเคยออกรายการตี 10 ผู้ชายคนนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาก วันนี้เขาอายุเพียงแค่ 33 ปี แต่สามารถสร้างฐานะของตนเองเข้มแข็งเป็นปรึกแผ่นอย่างได้น่าอัศจรรย์ ขับรถราคาหลายสิบล้านบาทจากการซื้อด้วยเงินของตัวเองที่ทำธุรกิจ บ้านราคาหลังละหลายสิบล้าน บ้านริมถนนใหญ่ คำแรกที่ได้คุยก็ทำเอาตะลึงไปพอควร เมื่อถามว่า เดินทางแห่งลมหายใจมาถึงวันนี้มีใครเป็นไอดอลแบบอย่าง คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ผมมีพระพุทธเจ้าเป็นไอดอลครับ”
เป็นคำพูดที่ชวนกระตุกคิดอย่างมาก เพราะตามเนื้อผ้าแล้วพระพุทธเจ้ามักจะสอนเรื่องของการพ้นทุกข์เป็นเสียส่วนมาก จากความคิดของคนทั่วไป แต่สำหรับคุณพอล กล่าวว่า
“พระพุทธเจ้าสอนหลายเรื่องแม้แต่การใช้ชีวิตทางโลกก็ทรงสอน และสามารถนำเอามาใช้ได้กับชีวิตจริงๆ ด้วย แต่เดิมผมเป็นคนที่ยากจน จนมากๆ ผมทำงานแรกๆ เงินเดือนไม่เท่าไหร่ ได้มีโอกาสตามเจ้านายไปวัด เห็นทำบุญทีละพัน เราก็คิดว่า บุญมันดีอย่างไร ทำไมทำเยอะจัง เราก็ทำบ้างตามกำลังของเรา เราทำไป 20 บาท จากนั้นก็ค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้เรื่องธรรมะทีละเล็กทีละน้อย
กระทั่งได้รู้จักหลวงพี่รูปหนึ่ง วัดในกรุงเทพฯ นี่แหละ ท่านก็คอยสอนผมในเรื่องธรรมะและเรื่องจิตใจ ท่านสอนทุกอย่างไม่ว่าเรื่องของการสร้างทานบารมี เรื่องของการปฏิบัติภาวนาสมาธิ ซึ่งผมเริ่มมีความเชื่อมั่นและมีศรัทธาในคำสอนมากขึ้นเป็นลำดับ
ผมสวดมนต์ทุกวัน เช้าตื่นมาก็เปิดฟังธรรมะในมือถือฟัง เพื่อทำให้จิตใจไม่แกว่ง ไม่ออกนอกเส้นทาง การภาวนาของผม มีจุดประสงค์เพื่อนำเอามาใช้กับชีวิต ไม่ใช่ภาวนาเพื่อให้ได้ฌาน หรืออะไรพิเศษ ภาวนาให้จิตตั้งมั่น แล้วก็เน้นสติกับสัมปชัญญะอย่างมาก
แน่ล่ะผมมักจะต้องพบอะไรที่เป็นทุกข์เป็นอุปสรรค ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะค่อนข้างทุกข์ แต่พอศึกษาธรรมะแล้วเราวางได้ เราปล่อยได้ เราไม่มีความเครียดใดๆ เลย มองปัญหาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เพราะถ้าเราปรารถนาเป็นคนสำเร็จ เราต้องเจอคำว่าปัญหา”
ทราบว่าชอบทำบุญมาก พอลได้เล่าให้ฟังว่า
“ผมเคยอ่านพบในคัมภีร์ว่า การให้เป็นพื้นฐานแห่งการขัดเกลาจิตใจ พระพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้ว่า แม่น้ำใหญ่แต่น้ำนิ่งและไม่ไหล กุ้งหอยปูปลาในน้ำนั้นไม่นานก็ย่อมจะต้องตาย แม่น้ำเล็กแต่น้ำไม่นิ่ง น้ำไหลตลอดเวลา กุ้งหอยปูปลาย่อมได้อาศัย ฉันใดฉันนั้น คนที่มีทรัพย์แต่ไม่คิดบริจาคทรัพย์ ไม่นานทรัพย์นั้นก็จะหมดลง คนที่แม้แต่มีทรัพย์น้อย แต่บริจาคทรัพย์อยู่เสมอ ทรัพย์นั้นย่อมไม่หมด ไม่หาย ไม่ละลายไป
ผมจดจำมาใช้กับชีวิต และเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ โดยทำบุญไปเรื่อยๆ ทำเพื่อพระศาสนา เพราะอานิสงส์ในการทำบุญนั้นมีมาก และที่สำคัญเป็นกำลังหนุนนำในการเผยแพร่ธรรมของพระสงฆ์สาวกอีกทางหนึ่งด้วย”
นับได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตตามที่พระพุทธเจ้าสอนสำหรับการครองเรือนแบบฆราวาสได้อย่างสมบูรณ์ คุณพอลนี้หลายคนอยากทราบทำธุรกิจอะไร ทำหลายอย่างมาก อาทิ ธุรกิจเสริมความงาม เพราะแนวคิดของเขาที่มีเป้าหมายชัดเจน มีคุณธรรมในใจ ที่ได้จากคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้เขาจึงสำเร็จอย่างงดงามเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่สังคมได้…แต่วลีเด็ด กระตุกต่อมมากที่สุด ที่พอลพูดเสมอ
“ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย”