ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
02 ตุลาคม 2559 เวลา 10:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/457915

โดย…สมาน สุดโต
สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 จัดเสวนาเรื่อง ความเสื่อมของพุทธบริษัท : แนวทางที่ต้องแก้ไข วันที่ 5 ต.ค. 2559 โดยเชิญสื่อมวลชนเข้าฟังและนำผลเสนอผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดทั้งมหานิกาย และธรรมยุต รวมทั้งภาครัฐที่เกี่ยวข้องด้วย
สุภชัย วีระภุชงค์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจระดับนานาชาติ แต่ทุ่มเทชีวิตและศรัทธายิ่งในพระพุทธศาสนา และเป็นเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ได้กล่าวถึงเหตุผลในการจัดเสวนา ครั้งนี้ว่าเพราะเป็นห่วงพระพุทธศาสนา ที่มีภัยทั้งภายนอกและภายใน ถ้าชาวพุทธไม่แสดงพลังทางด้านความคิด เพื่อรักษาศรัทธาในพระพุทธศาสนาในวันนี้แล้ว ต่อไปจะแก้ไขยาก
ปัญหาภายในที่พอสรุปได้โดยมากมาจากพระภิกษุ ที่มีความเป็นอยู่สะดวกสบาย ไม่เอื้อต่อพระธรรมวินัย เคยเกิดมาแล้ว จนศาสนาพุทธสูญหายไปจากชมพูทวีป ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ จึงเป็นที่มาของหัวข้อเสวนา ว่า ความเสื่อมพุทธบริษัท : แนวทางที่ต้องแก้ไข
ตามโปรแกรมเสวนานั้น ในช่วงเช้า พระธรรมวรนายก ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา จะเป็นผู้กล่าวเปิด ในช่วงปิดเสวนาตอนบ่าย พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์) หัวหน้าธรรมทูตไทย สายอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ประเทศอินเดีย จะกล่าวปิดเสวนา พร้อมทั้งแสดงความคิดเห็น
ส่วนช่วงเสวนา วิทยากรแต่ละท่านจะบรรยายให้ทราบว่า ในอดีตนั้นปัญหาพุทธบริษัทนั้นมีมาแต่เมื่อไร เกี่ยวกับเรื่องอะไร ปัญหาในปัจจุบันคืออะไร เพราะปัญหาแต่ละยุค แต่ละสมัย แตกต่างกัน ซึ่งสามารถฟังได้จากวิทยากรโดยในช่วงเช้า ได้นิมนต์และเชิญพระเมธีวรญาณ ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ สมาน สุดโต คอลัมนิสต์ นสพ.โพสต์ทูเดย์ เด่นชัย เด่นชัยประดิษฐ์ (ไว เด่นชัย) ประธานผู้สื่อข่าวไทยรัฐ หัวหน้าศูนย์ข่าวไทยรัฐ จ.สุพรรณบุรี และสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย จะเป็นผู้บรรยาย ดำเนินการเสวนาโดย ตวงพร อัศววิไล
ช่วงบ่ายซึ่งเป็นช่วงสำคัญไม่แพ้ช่วงเช้า จะเป็นการเสนอแนวทางที่ควรแก้ไข นำเสนอโดยพระเมธีวรญาณ พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดด่านใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ประกิต หลิมสกุล หรือ กิเลน ประลองเชิง แห่ง นสพ.ไทยรัฐ และดำเนินการเสวนาโดย สุภชัย วีระภุชงค์
ส่วนผู้ฟังนั้น สถาบันฯ โฟกัสไปที่สื่อมวลชน ที่ทำหน้าที่เหมือนสุนัขเฝ้าบ้าน จะได้มีความรู้เพิ่มเติมว่าปัญหาความเสื่อมในศาสนาที่เราพูดๆ กันนั้น มีมูลเหตุจากอะไร วิธีแก้ไข และป้องกันนั้น ควรมีมาตรการอะไร โดยวงเสวนาต้องการฟังเสียงสะท้อนจากผู้ร่วมเสวนาด้วยว่ามีความคิดเห็น และเสนอแนะต่อที่ประชุม เพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์ และความมั่นคงในพระพุทธศาสนาต่อไปอย่างไร
สุภชัย ถวายรูปหล่อหมอชีวกโกมารภัจจ์ แด่ ดร.พระมหางอน สังฆราชสงฆ์ลาว ที่นครหลวงเวียงจันทน์
สุภชัย กล่าวย้ำว่า การเสวนาไม่ใช่ซ้ำเติม แต่เพื่อช่วยพยุงพระศาสนา เพราะได้ยินว่าพระสงฆ์บางรูป บางท่าน ไม่ค่อยให้ความสนใจในพระธรรมวินัย อ้างว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว แต่ในฝ่ายโยมเห็นว่าพระธรรมวินัยสำคัญมากแม้กาลสมัยจะเปลี่ยนแปลง
เสวนาครั้งนี้ อาจไม่จบแล้วจบเลย ที่ปรึกษาทางกฎหมายระดับปรมาจารย์ เสนอว่าควรต่อยอด โดยให้จัดเสวนาในแง่มุมมองของกฎหมาย ว่ากฎหมายควรเข้ามาช่วยแก้ปัญหา และจรรโลงพระพุทธศาสนาได้อย่างไร
พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ เห็นด้วยกับการจัดเสวนาครั้งนี้ พร้อมทั้งอนุโมทนากล่าวเพิ่มเติมว่าพุทธบริษัทเสื่อม หรืออะไรนั้น ควรดูที่ 5 จุด
1.ศาสนสถาน อย่าปล่อยให้พระสร้างอะไรตามใจขาดการวบคุมโดย กม. หรือมีแต่เจ้าหน้าที่ไม่อยากยุ่ง ขอชื่นชมที่มืองหนือใชกฏสังคมคม ห้ามสร้างนอกเหนือศิลปะเมืองเหนือ จึงเสนอว่า ต้องมีกรอบและมีการควบคุม เพื่อให้เกิดระเบียบ
2.ศาสนวัตถุ ไม่มีผลกระทบ และเสียหาย ทำกันพอดีในขณะนี้
3.ศาสนบุคคล เห็นว่าชาวพุทธปฏิบัติตามความเชื่อของตนมากเกินไป
4.ศาสนธรรม ไม่มีอะไรต้องแก้ ที่ต้องแก้คือวิธีเผยแผ่ เคยเห็นหลักเกณฑ์ในเมียนมาว่าจะพิมพ์หนังสือเผยแผ่ไม่ได้ ถ้าไม่อ้างที่มาของหนังสือ ถ้าพูดถึงหลักธรรมต้องอ้างพระไตรปิฎกได้ว่ามาจากเล่มไหน ส่วนประเทศไทยบกพร่อง หนังสือไม่มีบรรณาธิการก็สามารถพิมพ์เผยแพร่ได้ เช่น ตำรายาผีบอกที่พิมพ์แจกจ่ายกันทั่วไป เป็นตัวกระทบศาสนาอย่างแรง จึงเสนอว่า การเผยแพร่โดยวิธีใไ ดก็ตามต้องมีการอ้างอิง อย่าพูดลอยๆ มิเช่นนั้นจะเกิดความเสื่อมได้
5.ศาสนพิธี แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ปรากฏว่าทำโดยไม่มีบรรทัดฐาน อำเภอเดียวกัน ยังปฏิบัติแตกต่างกัน
ผู้ที่ทำให้เกิดความลักลั่น คือทายกที่ไม่ได้ผ่านการบวชเรียน แต่เป็นคนนำพิธี จึงควรแก้ไขให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบ ทำให้ 5 จุดนี้ มีกฎหมายกำกับ ให้คุณ ให้โทษ การแก้ปัญหาความเสื่อมในศาสนาย่อมทำได้แน่นอน
ประกิต หลิมสกุล แสดงความคิดเห็นว่า ที่จัดเสวนาที่จะมีขึ้น สามารถกำหนดหลักได้ 3 ประเด็น คือที่มา ที่อยู่ และที่ไป
การพูดถึงที่มาก็คือพูดถึงปัญหา และสาเหตุที่เกิดแล้วในอดีต ปัญหาในปัจจุบันคือที่อยู่ ส่วนแนวทางแก้ไขที่เสนอคือ ที่ไป
เมื่อทำที่อยู่ หรือปัจจุบันให้เห็นชัด ก็จะเห็นที่ไปได้ชัดเช่นกัน
แต่ตราบใดที่เราไม่สามารถลงลึกของรากเหง้าของปัญหา จะแก้ปัญหาไม่ได้ จึงเสนอให้ใช้หลักอริสัจ 4 มา พิจารณาว่าอะไรคือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค อาจแก้ปัญหาต่างๆ ได้
อย่างไรก็ตาม ขอชื่นชมความกล้าหาญที่สถาบันโพธิคยาหรือคุณสุภชัย ทำเรื่องนี้ขึ้นมา
ส่วนผู้เขียนได้แสดงความคิดเห็นเช่นกัน โดยสรุปว่าแม้เราไม่สามารถลงลึกของปัญหาได้ แต่ที่ทำก็เป็นแนวทางให้คนรู้ว่าศาสนามีปัญหาอะไร โดยมีกลุ่มคนคณะหนึ่งที่รักศาสนา มีความกล้าเข้ามาหยิบยกปัญหา แล้วเสนอทางแก้ไข เสวนาหนนี้เหมือนติดอาวุธทางปัญญา ใครที่รู้แล้วก็จะรู้มากขึ้น หากยังไม่รู้ก็จะมองเห็นปัญหา
จึงขอเตือนว่าไม่ควรพลาด เข้าร่วมเสวนา เพราะมีโอกาสไม่บ่อยนัก ที่วิทยากรที่มีชื่อดังกล่าว จะมาพูดให้ฟังได้ง่ายๆ ใครที่ได้รับหนังสือเชิญอย่ารีรอ ตอบรับ และขอรายละเอียดจาก ดร.อัจฉราวดี แมนชาติ โทรศัพท์ 08-7 513-3318 ได้ครับ