เซตซีโร่องค์กรอิสระ ไม่ล้างหมดแต่สอยบางคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 พฤศจิกายน 2559 เวลา 08:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/465738

เซตซีโร่องค์กรอิสระ ไม่ล้างหมดแต่สอยบางคน

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ถ้าจะบอกว่าเวลานี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังเป็นหมู่บ้านกระสุนตกคงไม่แปลกนัก เพราะเพิ่งผ่านและเอาตัวรอดวิวาทะว่าด้วยการเซตซีโร่พรรคการเมืองมาได้ไม่เท่าไร ก็ต้องมาปะทะกับ “องค์กรอิสระ” อีก

เรื่องของเรื่องมาจากบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ได้กำหนดเกี่ยวกับการคงอยู่และดับไปของผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระเอาไว้ค่อนข้างแปลกกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

มาตรา 273 บัญญัติว่า “ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ยังคงอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

และเมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องที่จัดทำขึ้นตามมาตรา 267 ใช้บังคับแล้ว การดำรงตำแหน่งต่อไปเพียงใดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว ในระหว่างเวลาที่ยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้น”

แปลไทยเป็นไทยจากมาตรา 273  สามารถสรุปได้ว่าองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ให้ทำหน้าที่ต่อไปได้ แต่จะได้อยู่ครบวาระหรือไม่ให้ไปกำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเนื้อหาของมาตรา 273 ได้บัญญัติการคงอยู่ขององค์กรอิสระ เมื่อครั้งภายหลังรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ประกาศใช้อย่างสิ้นเชิง ในรัฐธรรมนูญฉบับเก่าได้ระบุไว้ในมาตรา 299 และ 300 พอสังเขปดังนี้

“ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการการเลือกตั้ง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ และให้คงดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดวาระ

ให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 เป็นศาลรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้”

เมื่อคณะ กรธ.ของ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ได้บัญญัติไว้เป็นแตกต่างจากรัฐธรรมนูญในอดีตดังกล่าว จึงทำให้องค์กรอิสระโดยเฉพาะ กกต.ค่อนข้างหัวเสียพอสมควร สังเกตได้จากการให้สัมภาษณ์ตอบโต้ของ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กรรมการ กกต.ที่ออกมาทวงถาม กรธ.ว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กรธ.พยายามเก็บอาการพอสมควรด้วยการตอบแบบเลี่ยงๆ ว่าไม่ได้เป็นการเซตซีโร่องค์กรอิสระทุกองค์กร เพียงแต่จะกำหนดไว้ในกฎหมายลูกว่า ถ้าใครมีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องพ้นจากตำแหน่ง

“การจะกำหนดอะไรใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญก็ต้องคำนึงถึงร่างรัฐธรรมนูญด้วย ในเมื่อร่างรัฐธรรมนูญระบุว่าจะพ้นก็ต่อเมื่อขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้าม ดังนั้น กรธ.จึงไม่อยู่ในฐานะที่จะไปยกเว้นอะไรได้ เพราะมิเช่นนั้นความเสี่ยงที่ กรธ.จะทำขัดต่อรัฐธรรมนูญก็จะเกิดขึ้น” ประธาน กรธ.ชี้แจง

คำสัมภาษณ์ของมีชัยเป็นการเปิดไพ่ออกมาให้เห็นว่า กรธ.ไม่ได้เซตซีโร่องค์กรทุกองค์กรแต่จะเป็นกรณีที่กรรมการองค์อิสระบางคนต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุของการขาดคุณสมบัติเท่านั้น ไม่ใช่การให้กรรมการทุกองค์กรพ้นจากตำแหน่งทันที

เรียกง่ายๆ ว่าไม่ได้ล้างบางแต่เขี่ยทิ้งบางคน

เมื่อกำหนดให้การคงอยู่ขององค์กรอิสระไปแขวนไว้กับกฎหมายลูกแทนที่จะให้อยู่ต่อไปแบบสบายๆ เหมือนกับที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เคยกำหนดไว้นั้น “กกต.” จะกลายเป็นองค์กรที่รับผลกระทบมากกว่าใครเพื่อน

คุณสมบัติของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญใหม่วางมาตรฐานไว้ค่อนข้างสูงจากรัฐธรรมนูญในอดีต กล่าวคือ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดให้ กกต.มาจากอัยการ ศาล และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒินั้นจะต้องผ่านการทำงานภาคประชาสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี ซึ่งรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดรายละเอียดไว้เช่นนี้

ส่งผลให้จะมี กกต.อย่างน้อย 2 คน ที่อาจถูกแขวนไว้บนเส้นด้าย คือ “สมชัย” และ “ประวิช รัตนเพียร”

ทั้งนี้ มองในแง่ของการเมืองถึงสาเหตุของการออกกระบวนการดังกล่าว ย่อมเป็นการแสดงให้เห็นว่ามีความพยายามต้องการปฏิรูปองค์กรอิสระในรูปแบบใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวบุคคล เพราะที่ผ่านมาองค์กรอิสระมีผลงานยังไม่ค่อยเข้าตามากนัก โดยเฉพาะ กกต.ที่เป็นองค์กรลำดับต้นๆ ที่ถูกเพ่งเล็งมากที่สุด เนื่องจากการทำงานที่ผ่านมาค่อนข้างถูกท้วงติงมากกว่าองค์กรอิสระอื่นๆ

ถึงกระนั้นโอกาสที่ กรธ.จะกลับลำก็ยังพอมีอยู่ เพราะหาก กรธ.ใช้มาตรฐานนี้กับ กกต. หมายความว่าต้องใช้กับองค์กรอิสระด้วย ไม่ต่างกับการที่ กรธ.ไปเปิดศึกกับองค์กรอิสระทุกองค์กรโดยไม่จำเป็น

ดังนั้น เมื่อถึงที่สุดแล้ว กรธ.อาจเลือกกลับไปใช้วิธีเดียวกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เพื่อลบรอยบาดหมางเพราะกำลังมีงานใหญ่ที่ต้องร่วมมือกันทำงานรออยู่

 

Leave a comment