ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ย. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792996

คลังจ่อ! เสนอ ครม.ออกมาตรการยกเว้นเก็บภาษีเครื่องสำอาง 2 เดือน ดีเดย์! เดือนกุมภา–มีนา 60 เท่านั้น หวังกระตุ้นท่องเที่ยว เปรย! เตรียมรอฟังข่าวดี “อภิศักดิ์” ขนมาตรการของขวัญปีใหม่มากระตุ้นอีกระลอก ทั้งช็อปช่วยชาติ ลดหย่อนภาษี ขยายเวลายาวขึ้นจาก 7 วัน เป็น 15 วัน หรือ 1 เดือน
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษามาตรการมอบของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นการบริโภคและสนับสนุนการท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ พร้อมทั้งให้ส่งผลดีต่อไปในปีหน้าด้วย โดยคาดว่าผลการศึกษาจะพิจารณาเสร็จเรียบร้อยและพร้อมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในสิ้นปีนี้ และบางมาตรการจะใช้สำหรับต้นปีหน้า
“มาตรการที่เตรียมเอาไว้มีเยอะมาก โดยมาตรการที่จะมอบเป็นของขวัญปีใหม่นั้นยังไม่สามารถบอกได้แต่อาจจะมีการนำมาตรการเดิมๆ มาใช้ เช่น การหักค่าลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 15,000 บาท เป็นระยะเวลา 7 วัน หรือนำโครงการช็อปช่วยชาติมาใช้ก็ได้เพราะเป็นโครงการที่ดี แต่หากต้องการให้เกิดผลตอบรับที่แรงกว่านี้จะต้องเพิ่มระยะเวลาเป็น 15 วัน หรือ 1 เดือน เห็นได้จากเมื่อปีที่แล้ว ทางกรมสรรพากรสูญเสียรายได้จากค่าลดหย่อนที่ประชาชนนำมาขอลดหย่อนภาษีมากขึ้น แต่กรมสรรพากรก็ได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เพิ่มขึ้นด้วย ก็เท่ากับรวมๆแล้วรัฐบาลไม่สูญเสียรายได้”
อย่างไรก็ตาม มาตรการที่พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว แต่จะนำมาใช้ในเดือน ก.พ.-มี.ค.2560 คือ การลดภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง หรือคอสเมติก เช่น น้ำหอม แป้ง และลิปสติก เป็นต้น โดยจะลดอัตราภาษีลงเหลือ 0% จากปกติจัดเก็บในอัตรา 5-20% โดยจะเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย ซึ่งประเด็นนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เห็นด้วยตามข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพราะการยกเว้นภาษีเครื่องสำอางจะมีผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศไม่มากเนื่องจากมีผู้ผลิตเพียงไม่กี่ราย เช่น กิฟฟารีน
ส่วนสินค้ารายการอื่นๆที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอให้พิจารณาลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมานั้น เช่น กระเป๋าหนัง เครื่องหนัง เสื้อผ้าหรูแบรนด์เนมราคาแพงนั้น ทางกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นสมควรว่าให้คงอัตราภาษีเท่าเดิม เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าภายในประเทศ
ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวต่อว่า ส่วนการพิจารณาใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังในช่วงปลายปีนี้ เพราะต้องการให้เป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไปจนถึงปีหน้า โดยอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจตลอดทั้งปีนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ที่ระดับ 3.2% และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ที่ 3.3% เป็นสิ่งที่กระทรวงการคลังยังไม่พอใจ โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ตลอดทั้งนายอภิศักดิ์ ต้องการเห็นอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่มากกว่านี้
ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่กระทรวงการคลังต้องหามาตรการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือ Big Bang เพื่อให้เศรษฐกิจไทยตลอดทั้งปีนี้ขยายตัวได้ 3.3-3.4% และให้มาตรการมีผลต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าโตอย่างเต็มศักยภาพที่ 4-5% ให้ได้
นายสมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นยืนยันว่า การแก้ไขกฎหมายจะแล้วเสร็จภายในปี 2560 แต่จะมีผลบังคับใช้เมื่อใดนั้นยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากกฤษฎีกาได้มีการท้วงติงในบางประการ จึงต้องทำการแก้ไขก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับประเด็นที่หารือร่วมกัน หลังจากนั้นจะส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติ (สนช.) พิจารณาต่อไป
ด้านนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะไม่ลดอัตราภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยทุกรายการ เพราะการลดอัตราภาษีดังกล่าวต้องพิจารณาถึงผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่อยู่ภายในประเทศด้วย ซึ่งปัจจุบันอัตราภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยจัดเก็บอยู่ที่ 5-30% ซึ่งถือเป็นกำแพงภาษีเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าจากต่างประเทศที่มีราคาแพง สามารถแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศได้.