ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 พ.ย. 2559 17:02
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/793691

พาณิชย์ เปิดผลศึกษาขึ้นค่าแรง 5-10 บาท/วัน กระทบต่อต้นทุน-ราคาสินค้าน้อยมาก ระบุ กระทบอาหารจานด่วนแค่ 11-12 สตางค์/จาน ส่วนชุดนักเรียนกระทบสูงสุด 1.74 บาท/ตัว …
วันที่ 25 พ.ย.59 นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากการศึกษาโครงสร้างต้นทุนของราคาสินค้าที่มีผลต่อการปรับขึ้นค่าแรงงานอีกวันละ 5-10 บาท ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ม.ค.60 โดยสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน เช่น อาหารปรุงสำเร็จ (ข้าวกะเพรา) จานละ 35 บาทนั้น ค่าแรงงานที่ปรับขึ้น ทำให้ต้นทุนขึ้นเพียง 0.31-0.57% หรือขึ้นเพียงจานละ 11-12 สตางค์เท่านั้น นมยูเอชทีกล่องละ 12 บาท ต้นทุนเพิ่มขึ้น 0.04-0.07% หรือกล่องละ 0.004-0.008 บาท ยังไม่ถึง หรือไม่ถึง 1 สตางค์ด้วยซ้ำ
ส่วนผงซักฟอกถุงละ 63 บาท มีผลกระทบทำให้ต้นทุนขึ้น 0.07-0.13% หรือเพิ่มขึ้นถุงละ 4-8 สตางค์ หรือเสื้อนักเรียน ซึ่งใช้แรงงานจำนวนมากในการตัดเย็บก็ยังมีผลกระทบน้อย โดยหากราคาตัวละ 180 บาท อาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้นตัวละ 0.94-1.74 บาท โดยรวมแล้วค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้นมีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้า 0.01-1.02% เท่านั้น ดังนั้น ราคาสินค้าไม่ควรปรับขึ้นแต่อย่างใด
“การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาสินค้าน้อยมาก จึงไม่ใช่เหตุผลที่ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาขายสินค้า ดังนั้น กรมฯ จึงได้มีมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวดทุกช่วงการค้า ตั้งแต่ ราคา ณ โรงงาน ตัวแทนจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก รวมทั้งได้จัดสายตรวจในกรุงเทพฯ 9 สาย และภูมิภาคทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง”
นอกจากนี้ การที่รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ จะทำให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มกำลังซื้อ ทำให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้ประกอบการจะสามารถจำหน่ายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น และเมื่อผลิตมากขึ้น จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสินค้าลดลงอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบว่า ผู้ค้าปรับราคาสูงขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ซึ่งกรมฯ จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ