ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ย. 2559 05:35
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/793022

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการทั้งหมด 7 แห่ง คาดว่าธนาคารเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์จะออกจากการฟื้นฟูกิจการเป็นรายแรก ขณะที่รายที่ 2 คือ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ส่วนที่เหลืออีก 5 แห่ง ยังต้องลุ้นเรื่องผลการดำเนินงานว่าจะสามารถแก้ไขหนี้ที่สะสมและมีผลการดำเนินงานที่มีกำไรได้หรือไม่
“เดือน ธ.ค.นี้ รัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่ง ต้องเสนอแผนการดำเนินงานปีหน้าให้ สคร.พิจารณา และส่งให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ดพิจารณาด้วย แผนดังกล่าวต้องมียุทธศาสตร์การทำงานที่ชัดเจน และสามารถแก้ไขปัญหาขององค์กรได้ ที่ผ่านมาผลการดำเนินงานของเอสเอ็มอีแบงก์ที่มีกำไรและยังสามารถลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ได้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเอสเอ็มอีแบงก์มีความแข็งแกร่งดีแล้ว ส่วนการบินไทย ปี 58 ผลการดำเนินงานขาดทุน แต่ปี 59 นี้ เริ่มมีกำไร หลังจากที่สามารถลดภาระต้นทุนลงได้สำเร็จ แต่การบินไทยจะออกจากแผนฟื้นฟูได้หรือไม่ในปีหน้าขึ้นอยู่กับแผนธุรกิจและผลการดำเนินงานที่แท้จริง”
สำหรับรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในแผนฟื้นฟูกิจการมี 7 แห่ง คือ 1.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 2.บริษัท การบินไทย 3.การรถไฟแห่งประเทศไทย 4.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ 5.ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ 6.บริษัททีโอที และ 7.บริษัท กสท โทรคมนาคม ที่เหลืออีก 5 แห่ง คาดว่าจะยังไม่สามารถออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้ในปีหน้า.