หวั่น! รัฐออกม.44คุมสื่อให้มีใบอนุญาต-จนท.รัฐร่วมกำกับองค์กร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/250073

รัฐออก, หวั่น! รัฐออกม.44คุมสื่อให้มีใบอนุญาต-จนท.รัฐร่วมกำกับองค์กร, ข่าวการเมืองคมชัดลึก, สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.), การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ของกมธ.ฯปฏิรูปสื่อฯ, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, หวั่น

การเมือง  : 24 พ.ย. 2559

หวั่น! รัฐออกม.44คุมสื่อให้มีใบอนุญาต-จนท.รัฐร่วมกำกับองค์กร

“อนุกมธ.ฯปฏิรูปสื่อฯ” แฉ “มีบุคคล” ไม่พอใจบทลงโทษสื่อ แค่ปรับตามร่างกม.คุมจริยธรรมสื่อฯ หวัง ให้สื่อมีใบอนุญาต-ส่งจนท.รัฐร่วม กก.วิชาชีพ หวั่นใช้ ม.44 คลอดมาตรก

          24  พ.ย.59 – สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศราฯ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมจัดงานสัมมนายุทธศาสตร์เพื่ออนาคตวารสารศาสตร์ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2559 โดยมีเวทีวิพาษ์ เรื่อง “ขบวนการปฏิรูปสื่อ” ซึ่งมีนักวิชาการ ผู้ที่เกี่ยวข้องในงานด้านสื่อสารมวลชนเข้าร่วมเวที

โดยนายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการควบคุมจริยธรรมสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ฐานะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เปิดเผยว่า การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ของกมธ.ฯปฏิรูปสื่อฯ ซึ่งได้ปรับมาจากข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นั้นพยายามจัดทำเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงมากที่สุด

โดยกระบวนการกำกับดูแลสื่อมวลชนนั้นได้เน้นในเป้าหมายของการขับเคลื่อนให้ได้จริง แม้จะมีบทกำหนดโทษไว้ แต่เป็นเพียงโทษปรับเท่านั้น อย่างไรก็ดีในการจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าวมีบุคคลซึ่งตนขอเรียกว่า เขาแสดงความไม่พอใจ เพราะบทลงโทษนั้นอ่อนเกินไป นอกจากนั้นแล้วในช่วงก่อนที่จะทำร่างกฎหมายดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์มีการนำเสนอแนวคิดให้ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และส่วนของโครงสร้างองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนตามร่างกฎหมายนั้น ต้องการเพิ่มตัวแทนเจ้าหน้าที่รัฐให้เข้าเป็นกรรมการร่วมกับตัวแทนสื่อมวลชนและภาคประชาสังคมด้วยอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง

          “ผมยอมรับว่า สื่อมวลชนมีวิกฤตเรื่องความรับผิดชอบ ทำให้คนทั่วไป เข้าใจว่า ต้องใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จในการควบคุมสื่อฯ สิ่งที่ผมกังวลอย่างมากคือแนวคิดการมีใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนและให้มีตัวแทนรัฐเข้ามาในสภาวิชาชีพ จะไปปรากฎในมาตรา44 หากเป็นเช่นนั้นเราจะไม่มีโอกาสโต้แย้งได้ และหากเกิดขึ้นจริง ผมสู้เต็มที่” นายจักร์กฤษ กล่าว

ขณะที่นายชวรงค์ ลิป์ปัทมปาณา ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ขณะที่การปฏิรูปสื่อมวลชนนั้น ตนเชื่อมั่นว่า การออกกฎหมายในแนวทางให้สื่อมวลชนกำกับกันเอง เพื่อดูแลมาตรฐานด้านจริยธรรม และกำกับการทำงานในลักษณะการตรวจการสื่อมวลชน ทั้งนี้ ทางองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเตรียมประกาศแนวทางผู้ตรวจการสื่อมวลชน ในวันที่ 17 ม.ค. นี้ และจะมีการแถลงรายละเอียด ดังนั้นตนเชื่อว่า แนวทางดังกล่าวจะสามารถช่วยยกมาตรฐานการจริยธรรมของสื่อมวลชนได้มากกว่าการกำกับโดยหน่วยงานรัฐ

ด้านนายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฐานะอดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวถึงข้อเสนอต่อการปรับรูปแบบการตรวจสอบกันเองของสื่อมวลชน ว่า กรณีที่สภาการฯ ตรวจสอบสื่อมวลชนที่ถูกร้องเรียนว่า รับเงินจากบริษัทยักษ์ใหญ่ ตามที่ออกแถลงการณ์ไปก่อนหน้านั้น ควรปรับรูปแบบการนำเสนอเพื่อให้เกิดความชัดเจนในเนื้อหา โดยควรสรุปว่า บุคคลใดที่ให้ความร่วมมือและผลสอบสวนนั้นปรากฎข้อเท็จจริงว่ารับเงินจริงหรือไม่ หรือชี้ว่าอะไรขาว หรืออะไรดำ แม้จะไม่เปิดเผยชื่อก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้สังคมเห็นว่ากลไกการควบคมกันเองนั้นสามารถทำได้จริง แต่กรณีเนื้อหาของแถลงการณ์นั้นสรุปว่าหลักฐานที่ปรากฎไม่สามารถอ้างอิงได้ เชื่อว่าจะถูกประชาชนมองว่าสภาการฯ ไม่สามารถควบคุมกันเองได้จริง

ขณะที่นายชวรงค์ ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ตามแถลงการณ์เรื่องผลสอบไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ เพราะจะมีปัญหาทางกฎหมาย แต่หากอ่านเนื้อหาของแถลงการณ์จะพบรายละเอียดทั้งส่วนผู้ที่มาให้ข้อมูล หรือส่วนที่ไม่สามารถมาให้ข้อมูลได้ ดังนั้นหากมีผู้ใดที่อยากทราบรายละเอียดสามารถสอบถามตนได้โดยตรง ทั้งนี้ตนยังเชื่อในกระบวนการกำกับกันเอง ที่มีมากกว่า 20 ปีว่า กระบวนการตรวจตสอบกันเองนั้นจะสามารถทำได้จริง

 

Leave a comment