กสิกรไทยประกาศทุ่ม 5 พันล้านพัฒนาไอที ครองผู้นำดิจิทัลแบงกิ้ง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797462

 

กสิกรไทยประกาศแผนธุรกิจปีหน้าทุ่ม 5,000 ล้านบาท พัฒนาไอทีหวังครองอันดับ 1 ผู้นำดิจิทัลแบงกิ้ง หลังคนใช้แอพพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งโตก้าวกระโดด แบไต๋จ่อคิวควบสาขาที่ธุรกรรมน้อย แต่ไม่มีแผนปรับลดพนักงานขณะที่มองเศรษฐกิจอาเซียนสดใส โอกาสการธุรกิจของธนาคารยังมีอยู่

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจของธนาคารในปีหน้า 60 ว่า อัตราการเติบโตของสินเชื่อจะสอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 4-6% โดยประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.3% ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาครัฐ พร้อมทั้งเตรียมงบ 5,000 ล้านบาท ใช้ในการพัฒนาไอที และร่วมสร้างพันธมิตรใหม่ทั้งสตาร์ทอัพ และฟินเทค เพื่อนำบริการทางการเงินใหม่ๆมาให้บริการลูกค้า เพื่อครองความเป็นผู้นำดิจิทัลแบงกิ้ง โดยตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าแอพพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งเป็น 7.1 ล้านราย จากปัจจุบันมีอยู่ 5 ล้านราย

“การใช้บริการโมบายแบงกิ้งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วง 9 เดือนแรก มีจำนวนธุรกรรมสูงถึง 1,000 ล้านรายการ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 48.9% จากปี 58 ทั้งปีมีจำนวนธุรกรรม 700 ล้านรายการ และในปี 60 เชื่อว่ายอดการทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงก์กิ้งจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ดังนั้นปีหน้าจะมีการพิจารณาควบรวมสาขา โดยสาขาที่มีปริมาณธุรกรรมน้อย ก็จะควบรวมสาขา แต่จะไม่มีนโยบายการปรับลดพนักงาน”

ทั้งนี้ปริมาณการทำธุกรรมการเงินผ่านสาขาในปี 58 ที่ผ่านมา มีการใช้บริการสาขาคิดเป็นสัดส่วน 60% และอีก 40% ใช้บริการช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แบงกิ้ง แต่ในช่วงปี 59 มีการใช้บริการสาขาสัดส่วนลดลงเหลือ 35% และใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์แบงกิ้งเพิ่มขึ้นเป็น 65% และลูกค้าที่ใช้โมบายแบงกิ้งที่มีอยู่ 5 ล้านราย มียอดการใช้บริการธุรกรรมการเงินสูงถึง 80%

“อย่างไรก็ตาม เรื่องของการปรับลดพนักงานถือเป็นเรื่องอนาคต ยังไม่เกิดขึ้นในปีหน้า แต่หากพนักงานของธนาคารสามารถปรับตัวรองรับธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง ก็ไม่มีปัญหาและสามารถอยู่ในธุรกิจธนาคารต่อไปได้ เนื่องจากในปัจจุบันเศรษฐกิจอาเซียนกำลังเติบโต มีจำนวนประชากรสูงถึง 530 ล้านคน ดังนั้นโอกาสของการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ยังมีอยู่”

นางสาวขัตติยากล่าวต่อว่า สำหรับทิศทางธุรกิจข้ามประเทศ กสิกรไทยมุ่งสู่การเป็นธนาคารเพื่อการรับชำระเงินและการลงทุนแห่งภูมิภาค ด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานรองรับการโอนเงินและชำระเงินข้ามประเทศด้วยสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคอาเซียน สนับสนุนการระดมทุนเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโรงไฟฟ้า ถนน และท่าเรือในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) รวมทั้งการควบรวมกิจการ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทไทยและญี่ปุ่น

นางสาวขัตติยายังกล่าวถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า คาดว่าธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2560 คือ ธุรกิจก่อสร้าง จากบรรยากาศการลงทุนที่ค่อยๆฟื้นตัว และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ธุรกิจยานยนต์ จากการที่โครงการรถคันแรกทยอยสิ้นสุดลง น่าจะเป็นผลดีต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศ ขณะที่การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนมีโอกาสฟื้นตัวโดยเฉพาะตลาดอาเซียนและออสเตรเลีย ธุรกิจบริการสุขภาพ ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มลูกค้า Medical Tourism ซึ่งไทยมีความได้เปรียบมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาค และธุรกิจท่องเที่ยวที่บางตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น อาทิ รัสเซีย และสแกนดิเนเวีย.

 

Leave a comment