กองทุนเงินทดแทน ฟื้นชีวิตไม่สิ้นหวัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/796626

 

คนทำงานโดยทั่วไปทุกคนทราบดีว่าเราถูกหักเงินทุกเดือนเพื่อสมทบ “กองทุนประกันสังคม” ไว้เบิกสิทธิต่างๆ แต่ยังมีอีกมุมหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้ นั่นคือ “นายจ้าง” ต้องจ่ายเงินสมทบทุน “กองทุนเงินทดแทน” ทุกๆปี เพื่อคุ้มครอง “ลูกจ้าง”…

กรณีได้รับอันตรายหรือเจ็บป่วยที่เกิดมาจากการทำงาน และเป็นการจัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างเพียงฝ่ายเดียว ลูกจ้างไม่ได้ถูกหักเงินจ่ายสมทบเข้ากองทุนนี้ ทำให้ลูกจ้างโดยส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงความสำคัญหรือสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากกองทุนนี้
แสงอุทิตย์ ดวงดอก ชาวกาฬสินธุ์วัย 44 ปี หัวหน้าครอบครัวที่มีความขยันขันแข็ง มีภรรยาและลูก 2 คน คนโตอายุ 25 ปี มีหน้าที่การงานแล้ว ส่วนคนเล็กยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา เขาทำงานเป็นพนักงานบริษัทผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวส่งออกต่างประเทศแห่งหนึ่ง ย่าน อ.บางพลี จ. สมุทรปราการ เช่นเดียวกับภรรยา

นับเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ที่ทำหน้าที่ผสมแป้งบะหมี่และแป้งเกี๊ยว หน้าที่การงานกำลังเติบโตกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าคนงาน นั่นหมายถึงความมั่นคงทางการเงินที่เพิ่มขึ้น ความหวังที่อยากจะให้ลูกได้เรียนสูงๆ เริ่มสดใส แต่แล้วก็ต้องดับวูบลงไป เมื่อต้องประสบเหตุที่ไม่คาดฝัน

วันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2558 เวลา 16.20 น. เป็นช่วงเวลาใกล้เลิกงานแล้ว แสงอุทิตย์กำลังเทแป้งผสมน้ำ เปิดมอเตอร์เพื่อคลุกเคล้าส่วนผสมในรอบสุดท้าย มือขวาก็ถูกเครื่องโม่ดูดเข้าไปติดอย่างไม่คาดคิด

เสี้ยววินาทีที่ยังพอมีสติก่อนที่ร่างจะถูกเครื่องดูดเข้าไปด้วย จึงตัดสินใจใช้แขนซ้ายกระชากแขนขวาของตัวเองอย่างสุดแรง ปล่อยให้มือขวาถูกเครื่องโม่บดอัดจนกระดูกแตกเป็นท่อนๆ เลือดเจิ่งนองไปทั่วพื้นโรงงานและเครื่องโม่ เสียงหวีดร้องดังไปทั่วบริเวณโรงงาน ภรรยาวิ่งมาดูเหตุการณ์ถึงกับเป็นลมล้มพับไป

หน่วยกู้ภัยนำร่างที่เต็มไปด้วยเลือดไปส่งที่ รพ.ศิครินทร์ เจ้าของโรงงานมีประกันอุบัติเหตุเครื่องโม่และรับว่าจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการต่อแขน รวมกว่า 2 ล้านบาทให้…หลังจากนอนพักรักษาตัวอยู่ 1 เดือน จึงย้ายไปพักรักษาตัวที่ รพ.สมุทรปราการต่ออีก 4 เดือน เถ้าแก่หมดค่าใช้จ่ายไปอีก 4 แสนบาท

แต่…แขนขวาที่ต่อมาแล้วก็ยังไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากเส้นเอ็นยังมีปัญหา

“พอเกิดเหตุแล้ว ผมรู้สึกว่าชีวิตผมเหมือนจบสิ้นแล้ว อนาคตที่หวังไว้ก็คงหมดไปด้วย คงทำงานนี้ต่อไม่ได้ เลยตัดสินใจลาออก…แล้วก็ได้รับการติดต่อจากฝ่ายบุคคลของบริษัทให้มาเข้ารับการฟื้นฟูกับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงานภาค 1 (จังหวัดปทุมธานี)…มาเดือนแรกยังทำใจไม่ได้ครับ อายไม่กล้าสู้หน้าคนอื่น แต่พอมาเจอเพื่อนบางคนแขนขาดทั้งสองข้างยังช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งอาบน้ำ ซักผ้า ทำให้มีกำลังใจสู้ชีวิตมากขึ้น”

สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นฝันร้ายของแสงอุทิตย์ แต่ไม่ถึงกับร้ายที่สุด เพราะเขายังโชคดีเหลือแขนอีกข้างหนึ่งพร้อมทั้งกำลังใจจากครอบครัวที่ทำให้เขาพร้อมก้าวเดินต่อไป

แสงอุทิตย์ บอกว่า ถ้าไม่มีกองทุนเงินทดแทนที่เถ้าแก่จ่ายสมทบไว้ เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่มาถึงวันนี้ได้มั้ย แขนที่ขาดก็คงต่อไม่ได้ ตอนนี้ผมยังได้รับเงินทดแทนกรณีหยุดงาน ได้เบี้ยเลี้ยงในการเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ วันนี้ก็มาพักรักษาตัวเพื่อรอให้จบสิ้นขั้นตอนการรักษา

“โชคดี…ที่ยังได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนเงินทดแทน อยากบอกว่าขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่าประมาท เพียงแค่เสี้ยววินาทีอาจทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปได้…อนาคตก็คงจะกลับไปทำเกษตรที่บ้านใน จ.กาฬสินธุ์”

หลายหน่วยงานและหลายองค์กรเห็นถึงความสำคัญสิทธิประโยชน์ของ “กองทุนเงินทดแทน” ที่ลูกจ้างพึงได้รับเมื่อต้องประสบเหตุ วิภาวรรณ บุญอรัญ ฝ่ายบุคคล บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด คุยให้ฟังว่า เป็นนโยบายของบริษัท เมื่อรับพนักงานใหม่เข้ามาทุกคน ฝ่ายบุคคลจะทำการอบรมพร้อมกับแจ้งให้ทราบถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆจากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนที่ทุกคนพึงได้รับหากเกิดเหตุที่ไม่คาดฝัน…โดยเฉพาะในส่วนของ “กองทุนเงินทดแทน”

“กองทุนทดแทนที่มีไว้ดูแลผู้ประกันตนกรณีเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยการหยุดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป…สิ่งเหล่านี้สามารถเบิกได้หมด บริษัทได้จ่ายสมทบให้กองทุนเงินทดแทนเป็นรายปีอยู่แล้ว เราจะย้ำเป็นพิเศษ เพราะบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าให้กับห้างเทสโก้ โลตัส อยู่ถึง 6 สาขา มีพนักงานประจำกว่า 500 คน และทุกครั้งที่มีน้องๆเข้ามาใหม่ ฝ่ายบุคคลจะมีหลักสูตรบรรจุเรื่องนี้ไว้เพื่ออบรมพนักงานใหม่และเป็นหลักสูตรเดียวกันทั่วประเทศ”

บริษัทไม่ค่อยได้เจอกรณีบาดเจ็บจากการทำงานมากนัก เนื่องจากมีความเข้มงวดและระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล คอยเช็กสถิติ มีมาตรการป้องกัน มีการอบรมให้ความรู้ มีเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยมาตรวจเช็กทุก 3 เดือน เพื่อให้พนักงานมั่นใจว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย…แม้ว่าจะระวังอย่างมากแล้วก็ตามแต่อุบัติเหตุก็เกิดได้ทุกเวลา

“แต่ถ้าเรามีมาตรการรองรับที่ดี เมื่อเกิดแล้วสามารถดูแลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที จากหนักก็จะกลายเป็นเบา ดูแลจัดการให้พนักงานได้รับสวัสดิการเต็มที่…เห็นด้วยอย่างมากที่รัฐบาลมีกองทุนเงินทดแทนเข้ามาดูแลในส่วนนี้ อยากให้ทุกบริษัทได้ทำความเข้าใจกับพนักงานถึงความสำคัญของกองทุนตรงนี้”

ในประเทศไทย “กองทุนเงินทดแทน” นับเป็นก้าวแรกของการประกันสังคมไทย ที่ให้หลักประกันแก่ลูกจ้างกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยด้วยโรคอันเนื่องมาจากการทำงาน แต่ในเบื้องแรกนั้นยังเป็นประกาศคณะปฏิวัติ กระทั่งมีการตราเป็นพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาบังคับใช้

โดยกำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้าง ต้องส่งเงินสมทบเข้า “กองทุนเงินทดแทน” เพื่อคุ้มครองลูกจ้างกรณีประสบอันตราย เจ็บป่วย ทำให้ต้องหยุดงาน สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ ตาย หรือสูญหาย อันเนื่องจากการทำงาน หรือทำงานตามคำสั่งของนายจ้าง หรือเพื่อรักษาประโยชน์ให้กับนายจ้าง

โดยเป็นการคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน ซึ่งมีค่ารักษาพยาบาลวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท

นอกจากเงินของกองทุนเงินทดแทนที่นำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนแล้ว ในแต่ละปีคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนได้จัดสรรเงินกองทุน 22% มาใช้เพื่อการฟื้นฟูลูกจ้าง และมอบให้สำนักงานประกันสังคมประสานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) ให้ความรู้และรณรงค์ในเรื่องความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงของลูกจ้างในการเกิดอันตรายหรือโรคจากการทำงานให้น้อยลง

เพราะแม้ว่า “กองทุนเงินทดแทน” จะให้สิทธิกับ “ลูกจ้าง” แต่ความจริงสำนักงานประกันสังคมไม่อยากให้ลูกจ้างคนใดมาใช้สิทธินี้เลย

ฝากย้ำประชาสัมพันธ์ให้รู้กันเอาไว้กรณีลูกจ้างประสบอันตรายที่ต้องเข้ารับการฟื้นฟูสามารถส่งเรื่องเพื่อเข้ารับการฟื้นฟู ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพคนงาน 5 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย…ภาค 1 (ปทุมธานี) ภาค 2 (ระยอง) ภาค 3 (เชียงใหม่) ภาค 4 (ขอนแก่น) และ ภาค 5 (สงขลา) ขณะเดียวกันยังมีคลินิกโรคจากการทำงานที่คอยดูแลตรวจวินิจฉัยโรคจากการทำงาน ซึ่งลูกจ้างคนใดที่สงสัยว่าเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงาน สามารถเข้ารับบริการตรวจวินิจฉัยได้ที่คลินิกโรคจากการทำงานได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

ตรวจสอบรายชื่อคลินิกโรคจากการทำงานได้ที่ www.sso.go.th  เมนูดาวน์โหลดหัวข้ออื่นๆ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนสำนักงานประกันสังคม โทร. 1506.

 

Leave a comment