เบิ้ล!ยอดหักภาษีเที่ยวปลายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 30 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/797446

 

ครม.อนุมัติหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็น 30,000 บาท

ครม.อนุมัติมาตรการภาษีให้คนเที่ยวช่วง 1–31 ธ.ค.นี้นำค่าใช้จ่ายไปหักภาษีได้ 15,000 บาท ทำให้ยอดรวมทั้งปีหักภาษีได้ 30,000 บาท ด้านเอกชนปรบมือรัวๆ ช่วยท่องเที่ยวในประเทศที่กำลังซบได้พอดี “บิ๊กตู่” สั่งเข้มตรวจโรงแรมไม่จดทะเบียนตามกฎหมาย หวังมาตรการนี้ช่วยจัดระเบียบ

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี 2559 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยกำหนดให้ค่าใช้จ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวและค่าที่พักในโรงแรม สำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศระหว่างวันที่ 1-31 ธ.ค.2559 สามารถนำมาหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท

“รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางท่องเที่ยวในประเทศด้วย เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไม่ให้เกิดไหลออกไปนอกประเทศ และนอกจากนั้น ยังเป็นการดึงให้ผู้ประกอบการ มัคคุเทศก์ และโรงแรมให้เข้าสู่ระบบที่ถูกกฎหมายมากขึ้นด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ย้ำในที่ประชุม ครม.ด้วยว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกกฎหมายตามที่ช่วงนี้มีข่าวปรากฏให้เห็น”

นายณัฐพรกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการในลักษณะเดียวกันนี้ สำหรับการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวภายในประเทศ 15,000 บาท ช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.59 ดังนั้น เมื่อรวมทั้ง 2 มาตรการจะหักภาษีได้ไม่เกิน 30,000 บาท ดังนั้น ใครที่ทั้งปีนี้ยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย หากมาเที่ยวในช่วงจนเดือน ธ.ค.นี้ก็จะหักภาษีได้ 30,000 บาท โดยกระทรวงการคลังได้ประเมินว่ามาตรการภาษีในเรื่องนี้จะมีผลต่อการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 150 ล้านบาท แต่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เกิดการใช้จ่ายของประชาชนและเป็นการส่งเสริมและฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวผลจากการปราบปรามการท่องเที่ยวที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเป็นระยะเวลาสั้นๆ โดยจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้น

ส่วนมาตรการช็อปช่วยชาติที่คาดว่าจะได้รับการพิจารณาในครั้งนี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 29 พ.ย.ยังไม่ได้มีการพิจารณามาตรการช็อปช่วยชาติ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทยอยเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในช่วงต่อไป

ด้านนายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะหารือร่วมกับสมาคมเพื่อหาแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวภายหลังการออกมาตรการทางภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งสมาคมจะนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยวตามรอยพระบาทที่จะขายให้กับนักท่องเที่ยวผ่านทัวร์ เบื้องต้นประเมินว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นสัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางผ่านกรุ๊ปทัวร์ให้มีสัดส่วนมากขึ้น 10% จากเดิมมีสัดส่วนของกรุ๊ปทัวร์ 30% และเป็นกลุ่มท่องเที่ยวเอง (เอฟไอที) ถึง 70%

“เบื้องต้นมองว่าหากอยากให้มาตรการภาษีเพื่อการท่องเที่ยวได้ใช้จริงจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่โดยอาจจะมีการดึงดาราหรือเซเลบริตี้ชื่อดังมาโปรโมตการท่องเที่ยวในประเทศพร้อมกับลดภาษี และจะต้องโปรโมตอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวเอง และตัดสินใจเลือกโรงแรมที่มีความสวยงาม น่ารัก ซึ่งบางโรงแรมไม่ได้จดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งที่อาจจะทำให้มาตรการภาษีไม่ได้ผลเท่าที่ควร ขณะที่บริษัททัวร์ต่างๆ ส่วนใหญ่ใช้บริการโรงแรมถูกกฎหมายอยู่แล้ว”

ขณะที่นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคเหนือ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศคึกคักขึ้น หลังจากพบว่าเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว แต่อัตราการเข้าพักของคนไทยลดลงจากปีที่ผ่านมา 15% เมื่อมีมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่าจะช่วยปลุกกระแสการท่องเที่ยวภาคเหนือช่วยให้มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 90% จากเดิมคาดจะอยู่ที่ 65-75%

“ต้องขอขอบคุณรัฐบาลเป็นอย่างมากที่ออกมาตรการทางภาษีเพื่อมากระตุ้นการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ซึ่งมองว่าเป็นช่วงจังหวะโอกาสที่ดีมาก เพราะตรงกับเทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดยาวที่รัฐบาลก็เพิ่มวันหยุดให้ ยิ่งมีมาตรการภาษีออกมาอีกก็จะยิ่งช่วยดึงดูดให้คนวางแผนเที่ยวในประเทศแทนไปท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย และหวังว่าจะได้เห็นมาตรการแบบนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกครั้ง”.

 

Leave a comment