โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 1 ธ.ค. 2559 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/798537

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงการส่งออกข้าวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-ถึงวันที่ 28 พ.ย.59 ว่า มีการขออนุญาตส่งออกรวม 9.18 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.70% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 58 คิดเป็นมูลค่า 4,159 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.55% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 145,000 ล้านบาท มั่นใจว่าการส่งออกข้าวไทยทั้งปี 59 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 9.5 ล้านตัน
ทั้งนี้ นอกจากปริมาณข้าวส่งออกที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ในด้านราคาส่งออกข้าวไทยปัจจุบันปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกันทั้งข้าวขาว ข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียว โดยข้าวทั้ง 3 ชนิด คิดเป็นสัดส่วน 77% ของการส่งออกข้าวไทยทั้งหมด โดยประเทศผู้นำเข้าสำคัญ 10 อันดับแรกอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาและเอเชีย ได้แก่ เบนิน, ไอวอรีโคสต์, ญี่ปุ่น, จีน, แองโกลา, แคเมอรูน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, คองโก และโมซัมบิก
ส่วนปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันที่ผ่านมา ทำให้เกิดมิติใหม่ในวงการค้าข้าวของไทย โดยเกษตรกรไทยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนให้นำข้าวที่ผลิตออกมาจำหน่ายโดยตรง ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภคทำให้เกิดสมาร์ทฟาร์มเมอร์ สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี
ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส.ได้เริ่มดำเนินการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2559/60 ได้เริ่มจ่ายเงินสินเชื่อให้แก่ชาวนาที่เข้าร่วม ณ วันที่ 30 พ.ย.59 มีจำนวน 30 ราย ปริมาณข้าวเปลือก 118.88 ตัน วงเงิน 1.12 ล้านบาท และได้โอนเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไปแล้ว 87,029 ราย วงเงินรวม 1,044 ล้านบาท.