ยุโรปจัดไทยพื้นที่สีแดงโรคซิกา คร.แจงเพราะระบบเฝ้าระวังดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/239065


ซิกา, ไทยพื้นที่สีแดง, ศูนย์ควบคุม ป้องกันโรคสหภาพยุโรป, กรมควบคุมโรค, นพ.อำนวย กาจีนะ, เด็กศีรษะเล็ก, ยุโรป, จัด, ไทย, พื้นที่, สีแดง, โรค, แจง, เพราะ, ระบบ, เฝ้า, ระวังดี

ซิกา, ไทยพื้นที่สีแดง, ศูนย์ควบคุม ป้องกันโรคสหภาพยุโรป, กรมควบคุมโรค, นพ.อำนวย กาจีนะ, เด็กศีรษะเล็ก, ยุโรป, จัด, ไทย, พื้นที่, สีแดง, โรค, แจง, เพราะ, ระบบ, เฝ้า, ระวังดี

การศึกษา-สาธารณสุข  : 22 ส.ค. 2559

ยุโรปจัดไทยพื้นที่สีแดงโรคซิกา คร.แจงเพราะระบบเฝ้าระวังดี

คร.แจงยุโรปจัดไทยพื้นที่สีแดงโรคซิกา ระบบเฝ้าระวังดี มีข้อมูลรายงาน ยันสถานการณ์ไม่ต่างประเทศในอาเซียน รับมีเด็กไทยคลอดศีรษะเล็ก ปัดผลจากซิกา เร่งศึกษาเชื่อมโยง

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรปจำแนกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ว่าประเทศไทยมีสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในระดับสีแดง ซึ่งหมายถึงมีการแพร่กระจายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับประเทศในแถบอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของโรค เช่น บราซิล ปารากวัย เปรู โคลัมเบีย เอกวาดอร์และโบลิเวีย เป็นต้น นับเป็นประเทศที่สถานการณ์น่ากังวลที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยประเทศเวียดนามและอินโดนีเซียอยู่ในระดับสีเหลืองที่มีผู้ป่วยประปรายในรอบ 3 เดือน ส่วนประเทศลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน กัมพูชา อยู่ในระดับสีฟ้าที่ไม่พบผู้ป่วยในรอบ 3 เดือน และเมียนมาร์อยู่ในระดับสีเทาอ่อน ไม่มีรายงานนั้น

นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า การจำแนกสถานการณ์ของโรคพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น มีข้อมูลรายงานหรือไม่ อย่างไร ไม่ใช่เฉพาะแต่จำนวนผู้ป่วยที่พบเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ของโรคซิกาในประเทศไทยจากมุมมองของคนที่ทำงานด้านสุขภาพ ระบุว่า การที่ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยมากกว่าทุกปีและพบมากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค เนื่องจากประเทศไทยมีระบบการตรวจทางห้องปฏิบัติการ(ห้องแล็ป)ที่ดีกว่าหลายๆประเทศ ทำให้สามารถรายงานกรณีพบผู้ป่วยได้มากกว่าประเทศอื่น ซึ่งอาจจะไม่ได้รายงานการพบผู้ป่วย หรือไม่มีข้อมูล เพราะไม่ได้มีการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ จึงอยากให้ยึดรายงานขององค์การอนามัยโลกหรือฮูเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศให้ประเทศใดห้ามเดินทางท่องเที่ยวเนื่องจากโรคซิการะบาดแต่อย่างใด

“จริงๆสถานการณ์โรคของไทยไม่ได้แตกต่างจากประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียน ปีนี้ในไทยมีสถานการณ์ที่แตกต่างจากปีก่อนๆที่พบเฉลี่ย 1-2 รายต่อปี โดยปีนี้พบผู้ป่วยมากกว่าทุกปี เป็นผลจากนโยบายในการเฝ้าระวังโรค ที่ให้มีการสอบสวนโรคทุกครั้ง ทุกกรณีที่มีผู้ป่วยเข้าข่ายต้องสงสัยเป็นโรค จะดำเนินการจนครบกระบวนกานทางระบาดวิทยา โดยหากมีรายงานผู้ป่วยจะส่งทีมนักระบาดวิทยาลงพื้นที่ทันทีเพื่อตรวจและสอบสวนโรค ที่สำคัญผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยก็จะส่งห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาเชื้อด้วยแม้ค่าส่งตรวจจะแพงราว 2,000 บาทต่อราย”นพ.อำนวยกล่าว

นพ.อำนวย กล่าวอีกว่า กรมได้มีการศึกษาย้อนหลัง 5 ปีจากสิ่งส่งตรงของผู้ป่วยซิกาเดิมที่มีการเก็บไว้ในคลังจากที่พบผู้ป่วยในไทยเฉลี่ยปีละ 1-2 ราย ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าน่าจะมีผู้ป่วยมากกว่าที่มีรายงานผู้ป่วย เพื่อศึกษาดูว่าสถานการณ์ของโรคเป็นอย่างไร สำหรับกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยติดตามหญิงตั้งครรภ์ทุกรายที่อยู่ในพื้นที่พบโรค แต่ยังไม่พบว่าหญิงท้องที่อยู่ในพื้นที่เจอโรคมีการคลอดทารกที่มีศีรษะเล็กจากโรคซิกา แต่มีรายงานพบเด็กศีรษะเล็ก แต่อาจจะไม่ได้มีสาเหตุจากโรคซิกาเพียงอย่างเดียว

“ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาความเชื่อมโยงว่าเด็กที่คลอดมามีศรีษะเล็กกับโรคซิกาว่ามีเหตุโยงกันหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ กรมได้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องและร่วมมือกับศูนย์ควบคุม ป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา ในการศึกษาเจาะลึกเรื่องนี้ เพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพิ่มเติมต่อไป”นพ.อำนวยกล่าว

 

Leave a comment