ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/251264
การเมือง >ข่าวการเมือง : 5 ธ.ค. 2559
“องอาจ”ชี้ร่างกม.4 ฉบับควรฟังเสียงสะท้อนปชช.
องอาจ”ชี้ร่างกม. 4 ฉบับกรธ.เปิดใจกว้าง ฟังเสียงสะท้อน “ปชช.” ให้ออกความเห็น แนะ ปรับกลไกการทำงานสภาให้เกิดประสิทธิภาพ ปฏิบัติได้จริง ไม่เกิดปัญหาใหม่ตามมา
5 ธ.ค. — นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับที่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะเปิดเผยต่อสาธารณะชนว่า ต้องถือว่าเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการเดินหน้าประเทศไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างรอบด้านไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา อาทิ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ,ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส., ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับนี้ล้วนแล้วแต่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ “อำนาจ” เริ่มตั้งแต่การได้มาซึ่งอำนาจ การกลั่นกรองการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ การตรวจสอบการใช้อำนาจ ดังนั้นเมื่อเป็นเรื่องของการใช้อำนาจแทนประชาชน ผ่านกระบวนการทางการเมืองต่าง ๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้การได้มาซึ่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับเป็นกฎหมายที่สามารถใช้ได้จริง และได้รับการยอมรับจากประชาชน
“การจะทำให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับใช้ได้จริง และได้รับการยอมรับจากประชาชนควรเปิดโอกาสให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ได้มีส่วนร่วมในการออกกฎหมายทั้ง 4 ฉบับผ่านกระบวนการต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่มีส่วนร่วมที่เป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้ได้ชื่อว่าได้ทำแล้ว ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วเท่านั้น ทั้งนี้หลังการเปิดเผยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญต่อสาธารณะแล้ว อยากเรียกร้องให้ กรธ.เปิดใจกว้าง รับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์จากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ได้ร่างกฎหมายที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายองอาจ กล่าวว่า เห็นด้วยบางข้อเสนอของสมาชิก สปท. ที่ให้ปรับกลไกการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรหลายด้านแต่บางข้อเสนอก็ไม่เห็นด้วยดังต่อไปนี้ 1. ข้อเสนอที่ให้มีที่ปรึกษา กมธ. ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริง และมีจำนวนไม่มากเกินไปนั้น มีความเห็นว่าจำนวนมากหรือน้อยไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ถ้าได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำงานจำนวนมากก็ถือเป็นเรื่องดี ส่วนที่กังวลว่ามีที่ปรึกษาบางคนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ควรลงโทษเป็นราย ๆ ไป ไม่ใช่เหมารวมว่าที่ปรึกษา กมธ. ส่วนมากไม่ดี
2. ข้อเสนอให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เอาผิดรัฐมนตรีถึงขั้นติดคุกได้นั้น ในทางปฏิบัติผู้อภิปรายก็ตั้งใจเอาผิดรัฐมนตรีให้ได้ แต่จะเอาผิดถึงขั้นติดคุกได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนและศาล ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้อภิปราย ส่วนที่ระบุว่าผู้อภิปรายเอาเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจมาเป็นเวทีฝึกพูดนั้น ในทางปฏิบัติเชื่อว่าผู้อภิปรายทำการบ้าน หาข้อมูลมาเต็มที่ คงไม่มีใครเอาเวทีอภิปรายมาเป็นเวทีฝึกพูด เพราะถ้าใครเป็นผู้อภิปรายที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอก็เหมือนเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมือง คงไม่มีใครต้องการทำแบบนั้นอย่างแน่นอน
3. เห็นด้วยที่ควรมีบทลงโทษรัฐมนตรีที่หลีกเลี่ยงการตอบกระทู้ โดยเฉพาะกระทู้สด แต่ก็ควรมีหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมที่สามารถปฏิบัติได้จริง 4. ส่วนที่ สปท. ไม่ต้องการให้มีกระทู้โหลเพื่อหวังผลหาเสียงในพื้นที่นั้น ในความเป็นจริงความเดือดร้อนในพื้นที่ของชาวบ้านถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะเป็นความเดือดร้อนจากพื้นที่ชนบทที่ห่างไกล ไม่ใช่กระทู้โหลก็ตาม และ 5. เห็นด้วยว่า ญัตติที่ผ่านสภา รัฐบาลควรทำให้เห็นผลในทางปฏิบัติ เพราะญัตติส่วนมากผ่านการศึกษากลั่นกรองมาพอสมควร การปรับกลไกการทำงานของสภาให้เกิดประสิทธิภาพเป็นเรื่องดี แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าทำให้ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ และไม่เกิดปัญหาใหม่ตามมา
