ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/238333
การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข : 16 ส.ค. 2559
เตรียมนำผลหารือขับเคลื่อนไทยแลนด์4.0คุยในทปอ.
ประธาน ทปอ.เผยเตรียมนำผลหารือขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 พูดคุยในทปอ.21 ส.ค.นี้ พร้อมเร่งประสานราชภัฏ ราชมงคล เป็นเครือข่ายสร้างงานวิจัยโดยมี 9 ม.วิจัยเป็นแกนนำหลัก
ศ.นพ.อุดม คชินทร อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่ ทปอ.ประชุมร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 หรือ ไทยแลนด์ 4.0 นั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยดี และเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยได้สื่อสารกับนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้นำประเทศโดยตรง โดยทปอ.ได้รับทราบนโยบายและได้นำเสนอปัญหาต่างๆ ทั้งนี้ นายกฯได้ขอให้มหาวิทยาลัยเป็นแกนหลักในการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาประเทศ โดย ร่วมมือกับภาคเอกชนในรูปแบบประชารัฐ
อย่างไรก็ตาม ทปอ.ได้ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ เช่น งบฯการวิจัย ซึ่งขอให้เป็นงบฯผูกพัน เพราะงานวิจัยแต่ละเรื่องไม่สามารถเสร็จภายใน 1 ปี , การแก้ไขระเบียบพัสดุเพื่อปลดล็อกการทำวิจัย เช่น การใช้เครื่องมือกับภาคเอกชน หรือ การนำเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนมาใช้จ่ายในงานวิจัยให้คล่องตัวขึ้น, การเปิดทางให้อาจารย์ นักวิจัย ในมหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับภาคเอกชน โดยให้ถือเป็นการปฏิบัติราชการ ทั้งขอให้รวมแหล่ง ทุนวิจัยที่มีอยู่ในประเทศให้มีเอกภาพ โดยมีคณะกรรมการกลางพิจารณาจัดสรรฯงบฯวิจัย โดยต้องเป็นการวิจัยที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ยังได้ขอให้แก้ไข พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้อาจารย์และมหาวิทยาลัย มีส่วนร่วมในผลงานหรือนวัตกรรมที่คิดค้น เนื่องจากที่ผ่านมาการจดลิขสิทธิ์นั้น ภาคเอกชนที่เป็นแหล่งทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ ซึ่งปัญหาต่างๆนั้น นายกฯ รับปากที่จะแก้ไขตามที่ ทปอ.เสนอ
ประธาน ทปอ. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ ตนจะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ทปอ.ในวันที่ 21 ส.ค.นี้ เพราะถือเป็นเรื่องด่วน อย่างไรก็ตามนายกฯ ต้องการให้การทำวิจัยเพื่อตอบสนองคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งทปอ.ได้เสนอให้รัฐบาลจัดกลุ่มมหาวิทยาลัย 3 กลุ่มใหญ่คือ มหาวิทยาลัยวิจัย มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง และมหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ซึ่งที่ประชุมได้มอบให้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ดำเนินการ และที่ผ่านมาก็เคยมีการแบ่งกลุ่มแต่ยังไม่ชัดเจน เช่น ม.วิจัย 9 แห่ง ดังนั้น ทปอ.ก็จะเข้าไปร่วมมือกับ สกอ.ในเรื่องนี้ โดยจะประสานการทำงานกับมหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน โดยม.วิจัยทั้ง 9 แห่ง ก็จะเป็นเจ้าภาพด้านต่างๆที่จะสร้างเครือข่าย ซึ่งสามารถนำผลงานวิจัยที่ ทปอ.มีอยู่ ส่งต่อให้มหาวิทยาลัยราชภัฎ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับชุมชน นำไปแก้ไขปัญหาของชุมชน ขณะที่ มรภ. ก็นำปัญหาของพื้นที่มาทำวิจัยร่วมกับเครือข่าย เพื่อสนองตอบต่อคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ตามนโยบายนายกฯ
ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า หลังจากนี้ ทปอ. จะต้องตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนในเรื่องนี้ โดยการคัดเลือกมหาวิทยาลัยที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการวิจัยใน 5 ด้าน ได้แก่ ไบโอเทค ไบโอเมท แมคคาทรอนิกส์ โรบอทติก และดิจิตอล ซึ่งจะมีมหาวิทยาลัยอื่นๆ เป็นเครือข่ายสนับสนุน และต้องตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ทั้งนี้ ลักษณะของงานวิจัยจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับนานาชาติ ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น ซึ่งอาจจะต้องมีการหารือร่วมกับทางสำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ด้วย เนื่องจาก สอศ. ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่เป็นช่วงต่อของงานวิจัย
