ค่าครองชีพสูง ราคาสินค้าเกษตรตก ฉุดดัชนีเชื่อมั่นเดือนพ.ย.วูบทุกรายการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ธ.ค. 2559 16:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/805556

 

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคพ.ย.59 ลดลงทุกรายการต่อเนื่องเดือนที่ 2 เหตุผู้บริโภคกังวลเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นชัด ราคาสินค้าเกษตรต่ำ ค่าครองชีพสูง แนะรัฐเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าเศรษฐกิจภูมิภาค กระตุ้นจีดีพีปี 60 โต 3-4% คาดมาตรการช็อปช่วยชาติปลายปี ทำเม็ดเงินเข้าระบบ 5-8 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.59 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 2,242 ตัวอย่างว่า ดัชนีทุกรายการปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย.59 อยู่ที่ 72.3 ลดลง 73.1 ในเดือนต.ค.59 ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ 50.8 ลดจาก 52.0 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต อยู่ที่ 81.1 ลดจาก 81.6 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 61.2 ลดจาก 62.0 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 66.9 ลดจาก 67.5 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 88.8 ลดจาก 89.6

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ขยายตัวเพียง 3.2%, การส่งออกของไทยเดือนต.ค. มีมูลค่า 17,700 เหรียญสหรัฐฯ ลดลง 4.22%, ราคาพืชผลทางการเกษตรหลายชนิดทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดขยายตัวไม่มากนัก, ผู้บริโภคมีความกังวลปัญหาค่าครองชีพ และราคาสินค้าทรงตัวระดับสูง, ความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ ที่อาจกระทบต่อการดำเนินชีวิตและโอกาสทำธุรกิจ และความกังวลต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน

ขณะนี้ พบว่า มีสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัวลง และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้น เพราะประชาชนยังกังวลเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวนสูง ราคาพืชผลทางการเกษตรทรงตัวต่ำ ทำให้ศูนย์ฯ คาดว่า การบริโภคของภาคประชาชนยังฟื้นตัวไม่มากนักในช่วงไตรมาสสุดท้าย เพราะส่วนใหญ่ยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย แต่จากการที่ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ มาตรการดูแลราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ทำให้คาดว่า การบริโภคน่าจะค่อยๆ ดีขึ้นในไตรมาสแรกของปีหน้า”


นายธนวรรธน์ กล่าวต่อถึงมาตรการช็อปช่วยชาติว่า จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปีได้ โดยหากสามารถลดหย่อนภาษีได้ถึง 15,000 บาท จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 20,000 ล้านบาท หรือหากลดหย่อน 30,000 บาท จะมีเงินเข้าระบบ 25,000-30,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีการลดหย่อนด้านการท่องเที่ยว 15,000 บาทไปแล้ว ทำให้ปลายปีนี้น่าจะมีเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบ 50,000-80,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยทำให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจดีขึ้น และคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 โตได้ถึง 3%

นอกจากนี้ รัฐบาลต้องเร่งอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะลงสู่ภูมิภาค เพื่อให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาสแรกปีหน้า ขณะที่การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จะทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบอีก 20,000-30,000 ล้านบาท คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช่วงครึ่งหลังของปี 60 และทั้งปี 60 คาดจีดีพีจะเติบโต 3-4% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพที่จีดีพีไทยควรจะเป็นที่ 3.5-4% และหากโตไม่ถึง 4% อาจมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงในระยะยาวอย่างต่อเนื่องได้อีก ขณะที่น้ำท่วมในภาคใต้ คาดว่า น่าจะทำให้เศรษฐกิจเสียหาย 5,000-10,000 ล้านบาท จากการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวที่อาจไม่สะดวก เช่น หาดใหญ่ กระบี่ และนครศรีธรรมราช

 

Leave a comment