ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 17:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804622

ทางหลวงชนบท รับมืออุทกภัย ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนใน 8 จังหวัดภาคใต้ หลังน้ำท่วมทำถนนเสียหายยับกว่า 419 ล้านบาท ระบุ หากเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ จะทำการซ่อมแซมชั่วคราวให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ …
วันที่ 7 ธ.ค. 59 นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวถึงสายทางของกรมทางหลวงชนบทที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ว่า ขณะนี้ได้กำชับให้แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ดูแลเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานข้อมูลสายทางที่ประสบอุทกภัยให้กับผู้บริหารจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ รวมทั้งให้ทุกหน่วยบริหารจัดการเส้นทาง โดยจัดหาเส้นทางเลี่ยงกรณีเส้นทางหลักไม่สามารถสัญจรผ่านได้ พร้อมทั้งบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ กรณีถนน/สะพานขาด ให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้ชั่วคราว เช่น วางสะพานแบรี่ ถมดินคอสะพาน ตลอดจนบูรณาการร่วมกับจังหวัดในการบริจาคสิ่งของจำเป็นให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม ทางหลวงชนบทได้ประเมินความเสียหาย พบว่า เสียหายกว่า 419 ล้านบาท โดยขณะนี้ แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่ประสบเหตุ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ความเสียหาย พร้อมทั้งติดตั้งป้ายเตือนในบริเวณที่มีน้ำท่วม เพื่อเตือนและแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ปัจจุบัน มีทางหลวงชนบทที่ได้ผลกระทบในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 61 สายทาง (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ธันวาคม 2559) ดังนี้ 1. จังหวัดชุมพร 7 สายทาง 2. จังหวัดนครศรีธรรมราช 22 สายทาง 3. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 3 สายทาง 4. จังหวัดพัทลุง 16 สายทาง 5. จังหวัดสงขลา 4 สายทาง 6. จังหวัดสุราษฎร์ธานี 5 สายทาง 7. จังหวัดตรัง 3 สายทาง 8. จังหวัดกระบี่ 1 สายทาง
ทั้งนี้ มีสายทางที่ระดับน้ำท่วมสูง ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 11 สายทาง ได้แก่ สาย ชพ.5015, นศ.3109, 4019, 4057, พท.5050, สข.4022, สฎ.3022, 2007, ตง.1018, 1037, 3002 โดยมีระดับน้ำเฉลี่ย 50-90 เซนติเมตร
เบื้องต้น กรมได้ติดตั้งป้ายเตือน และป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยงบริเวณต้นทาง ให้ทราบสถานการณ์ ผ่านได้/ผ่านไม่ได้ รวมทั้งติดตั้งหลักนำทาง 2 ข้าง เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ทราบขอบเขตช่องจราจร นอกจากนี้ กรณีระดับน้ำสูงรถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ กรมได้จัดรถบรรทุก 6 ล้อ สำหรับบริการประชาชนให้เข้าถึงที่พักอาศัยได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าสู่ภาวะปกติ หากเส้นทางชำรุดเสียหาย กรมจะดำเนินการซ่อมแซมชั่วคราว เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ ภายใน 7 วัน และสำรวจออกแบบ เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณฟื้นฟูฯ ให้เข้าสู่สภาพปกติ ซึ่งจะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำ หรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง ซึ่งผู้ที่ใช้เส้นทาง สามารถขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่ สายด่วนทางหลวงชนบท 1146