ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ธ.ค. 2559 06:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804956

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงกรณีที่กรมศุลกากรไม่อนุมัติให้บริษัทเอกชนนำรถเมล์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (เอ็นจีวี) จำนวน 100 คัน ออกจากท่าเรือแหลมฉบังว่า ในกรณีดังกล่าว ขสมก.เป็นแค่ผู้ซื้อที่มีสัญญาซื้อขายกับเอกชน โดยเอกชนมีหน้าที่ที่จะต้องส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันให้กับ ขสมก.ตามสัญญา ภายในวันที่ 29 ธ.ค.59 นี้ หากไม่สามารถส่งมอบได้ตามสัญญาจะถูกปรับวันละ 17,000 บาท/คัน/วันจนกว่าจะส่งมอบรถเมล์เสร็จเรียบร้อย ส่วนจะมีการยกเลิกสัญญาหรือไม่นั้น ขสมก.จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และหากมีการยกเลิกสัญญา ขสมก.ก็ยึดหลักค้ำประกันมูลค่า 10% หรือประมาณ 330 ล้านบาท
“ทุกคนอยากให้มีการส่งมอบรถเมล์ 489 คัน แต่เงื่อนไขต้องทำให้ถูกกฎหมาย ส่วนแนวทางรองรับ หากไม่สามารถนำรถเมล์ใหม่ 489 คันมาให้บริการประชาชนได้นั้น ขสมก.ก็จะนำรถที่เตรียมปลดระวางกว่า 2,700 คันมาให้บริการต่อไป”
นายคณิสสร์ ศรีวชิรประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ในฐานะบริษัทที่ชนะการประมูลรถเมล์เอ็นจีวี กล่าวว่า คงต้องรอให้กรมศุลกากรของไทยประสานเรื่องไปยังกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของประเทศมาเลเซีย เพื่อตรวจสอบเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) ที่บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีนำมาแสดงว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่ ถ้าเป็นเอกสารจริงก็ไม่มีปัญหาใดๆ บริษัทจะสามารถนำรถออกจากท่าเรือได้ตามปกติ แต่หากผลพิสูจน์พบว่าเอกสารเป็นของปลอม และกรมศุลกากรไทยต้องการจะเรียกเก็บภาษีจากบริษัทเพิ่มเติม 40% ทางเบสท์รินก็พร้อมที่จะจ่ายภาษีตามกฎหมาย แต่บริษัทจะไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการต้องเสียภาษีเพิ่มเติมจากบริษัท อาร์ แอนด์ เอ คอมเมอเชียล วีฮีเคลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี ซึ่งเป็นโรงงานผลิต และประกอบรถเมล์ในมาเลเซียในข้อหาที่นำเอกสารปลอมมาหลอกบริษัท.