‘สมคิด’ ถก ‘แจ็ค หม่า’ ดันสินค้าไทย 100 แบรนด์ขึ้นเว็บไซต์อาลีบาบา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ธ.ค. 2559 15:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/804456

 

‘สมคิด’ ถก ‘แจ็ค หม่า’ ดันสินค้าไทย 100 แบรนด์ขึ้นเว็บไซต์ alibaba.com โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม 1 ปีแรก พร้อมปั้นเอสเอ็มอี 3 หมื่นราย ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ  และช่วยไทยเป็นฮับดิจิตอลในอาเซียน

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.59 น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นหัวหน้าคณะภาครัฐและเอกชนไทยเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือ วันที่ 8 ธ.ค.นี้ จะเดินทางไปเยือนสำนักงานใหญ่อาลีบาบา กรุ๊ป ณ เมืองหางโจว ตามคำเชิญของนายแจ็ค หม่า ประธานบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป โดยจะหารือถึงความร่วมมือด้านการค้าและการพัฒนาช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ)

ทั้งนี้อาลีบาบาจะให้พื้นที่สำหรับสินค้าไทย 100 แบรนด์ชั้นนำ ในการขายผ่านเว็บไซต์ alibaba.com โดยไม่คิดค่าธรรมเนียม 12 เดือน ซึ่งขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการคัดเลือกสินค้าไทย 100 แบรนด์ ซึ่งจะมีทั้งกลุ่มอาหาร กลุ่มของใช้ของที่ระลึก ที่เป็นที่นิยมของลูกค้าชาวจีนและนักท่องเที่ยว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาสแรก ปี 60 โดยจะไม่เสียค่าธรรมเนียมในปีแรก

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ร่วมกับอาลีบาบา ครอบคลุมความร่วมมือ 4 ด้าน ระยะเวลาดำเนินงานในปี 60 ได้แก่ 1.การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีไทย และพัฒนาระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทย ตั้งเป้าหมาย 30,000 ราย คาดว่าภายใน 1 ปี เอสเอ็มอีเหล่านี้จะได้รับการพัฒนาศักยภาพให้ทำการค้าออนไลน์ได้ไม่น้อยกว่า 10,000 ราย

2.อาลีบาบา กรุ๊ป จะให้การสนับสนุนอบรมบุคลากรไทย 10,000 ราย ในด้านดิจิตอล เทคโนโลยี และให้การอบรมแก่ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิตอลอีก 1,000 ราย รวมถึงผลักดันแอพพลิเคชั่นที่ผลิตโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิตอลนี้สู่ตลาดจีนผ่านอาลีบาบา คลาวด์ มาร์เก็ต เพลส (Alibaba Cloud Market Place)

3.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ โดยอาลีบาบา กรุ๊ป และลาซาด้ากรุ๊ป พร้อมที่จะให้คำแนะนำกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย ในการขยายระบบเตรียมการฝากสินค้าในประเทศผ่านแอพพลิเคชั่น “พร้อม โพสต์” (Prompt Post) ให้ใช้งานครอบคลุมทุกจังหวัด และจะศึกษาระบบการจัดการคลังสินค้าและการให้บริการ และ 4.การดึงอาลีบาบา กรุ๊ป มาร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก และพัฒนาให้ไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านดิจิตอลของอาเซียน.

 

Leave a comment