แค่ข้อสงสัย กรมศุลฯ นายกฯไม่มีของขวัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/803052

 

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากที่รัฐบาลได้สนับสนุนให้ ขสมก.ลงนามในสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ได้สำเร็จ หลังจากค้างคามาตั้งแต่ปี 2545 เพราะมีข้อครหาในเรื่องความโปร่งใส

ล่าสุด…รถเมล์ลอตแรกถูกจัดส่งมายังท่าเรือแหลมฉบังแล้วจำนวน 100 คัน ส่วนที่เหลือจะทยอยส่งมอบจนครบภายใน 29 ธันวาคม 2559

โฆษกสำนักนายกฯบอกอีกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รู้สึกยินดีที่การดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรม เพราะ ขสมก.ไม่ได้จัดหารถใหม่มาให้บริการประชาชนนานมากแล้ว

เนื่องจากติดขัดปัญหาหลายอย่าง รัฐบาลนี้เข้ามาสร้างความชัดเจนโปร่งใส เพื่อให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์ เป็นของขวัญปีใหม่ที่จะมาถึงและคาดหวังว่าหลายคนจะหันมาขึ้นรถเมล์สาธารณะมากขึ้นตามมาด้วย

ตามกำหนดเงื่อนเวลาในวันที่ 21 ธันวาคม 2559 ขสมก.จะนำรถรุ่นใหม่ที่ว่านี้ไปเปิดตัวให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นผู้โดยสารกลุ่มแรกได้ทดลองนั่งเป็นปฐมฤกษ์

นั่งจาก “ทำเนียบรัฐบาล” ไป “สถานีรถไฟหัวลำโพง”

“ท่านนายกฯมีความปรารถนาที่จะให้รถรุ่นใหม่นี้ไปบริการประชาชนวิ่งวนรอบท้องสนามหลวง เริ่มจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อให้บริการรับส่งประชาชนที่ไปร่วมงานพระบรมศพ ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคมนี้…”

คณิสสร์ ศรีวชิรประภา ประธานบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด บอกว่า รถบัสลอตนี้เข้ามาเทียบท่าเรือแหลมฉบังตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 1 ธันวาคม…จนวันที่ 4 ธันวาคม มีรถทั้งหมดที่มา 100 คัน เราได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ป่านนี้กระบวนการทางศุลกากรยังไม่เรียบร้อย

ยังมีเงื่อนปัญหาสำคัญ…กรมศุลฯยังไม่ยอมปล่อยรถให้?

“ผมกำลังสังหรณ์ใจว่าแผนงานและกำหนดเวลาต่างๆที่ทาง ขสมก. และรัฐบาลคงจะไม่สามารถดำเนินการได้แล้ว พี่น้องชาวกรุงเทพฯก็คงยังไม่ได้รับของขวัญจากท่านนายกฯประยุทธ์แน่ๆ ด้วยกรมศุลกากรยังไม่ยอมปล่อยรถ เหตุผลคือยังมีข้อสงสัย เลยยังต้องกักรถไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบังไว้ก่อน”

มาโนช กำเนิดงาม ที่ปรึกษากฎหมาย เสริมว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด บริษัทผู้นำเข้ารถบัสให้แก่บริษัทเบสท์ริน กรุ๊ปฯ ว่า…นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง อ้างเหตุมีข้อสงสัยในเรื่องเอกสาร From D ที่ออกโดยกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศมาเลเซีย

ตามข้อตกลงสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีกลุ่มประเทศสมาชิก AEC ซึ่งข้อตกลงนี้ 10 ประเทศสมาชิกร่วมกันจะยกเว้นภาษีหากประเทศผู้ผลิตผลิตสินค้าที่ใช้วัตถุดิบ อุปกรณ์ แรงงานภายในประเทศผู้ผลิตมากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์…จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า จึงขอกักรถไว้ก่อนเพื่อรอความชัดเจน

และให้บริษัทซุปเปอร์ซาร่าออกเอกสารยืนยันรับรองว่ารถยนต์โดยสารที่นำเข้ามานั้นถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หากภายหลังปรากฏว่าเอกสารหรือรถยนต์โดยสารไม่ถูกต้องตรงกับที่บริษัทแจ้งไว้ทางบริษัทยินดีรับผิดชอบทุกประการ

และแนบใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเข้ามาจำหน่าย และแนบเอกสารรับรองถิ่นกำเนิด (From D) ซึ่งออกโดยรัฐบาลมาเลเซีย และจะปล่อยรถออกจากด่านแหลมฉบัง

“เราก็จัดเอกสารเพิ่มเติมตามที่นายกิตติขอมาตั้งแต่บ่ายโมงของวันที่ 2 ธันวาคม…ทางเราก็ได้จัดเตรียมพนักงานขับรถนับสิบชีวิตไปรอเพื่อขับรถกลับ แต่ปรากฏว่านายกิตติไม่อยู่ เข้ากรมที่กรุงเทพฯ”

กระทั่งเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่แจ้งเราว่านายกิตติโอเคแล้ว สั่งให้ปล่อยรถได้ แต่เราเห็นว่าเย็นแล้ว และคนขับรถก็กลับหมดแล้ว จึงคิดว่าพรุ่งนี้ค่อยมารับแต่เช้าก็ได้

กระทั่งเวลา 22.00 น. พนักงานของซุปเปอร์ซาร่าแจ้งมาอีกว่า มีกลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 10 คน เข้ามาในบริเวณที่จอดรถบัสของเราภายในท่าเรือแหลมฉบัง ทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าพนักงานของคณะกรรมการตรวจปล่อยรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้า นำโดยนายธีระชาติ อินทริง ประธานคณะกรรมการฯ…

อ้างอำนาจหน้าที่ตามข้อ 3.2 ตรวจปล่อยรถยนต์ใหม่สำเร็จรูปที่นำเข้าในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากรทุกแห่ง เพียงหน่วยงานเดียวโดยไม่ต้องมีการตรวจร่วมของเจ้าหน้าที่ส่วนควบคุมทางศุลกากรประจำสำนักงานศุลกากร หรือด่านศุลกากร

จากนั้นนายธีระชาติได้แจ้งแก่บริษัทว่า ถ้าจะเอารถออกต้องวางเงินประกัน เพราะ From D และตัวรถยนต์มีข้อสงสัย และให้ผู้นำเข้าไปนำพิมพ์เขียวการประกอบรถยนต์ที่รับรองโดยวิศวกรและให้ไปนำสัญญาสั่งซื้อวัตถุดิบ หรืออุปกรณ์และอะไหล่ประกอบรถยนต์มาแสดง

เมื่อเรื่องราวมาถึงจุดนี้ นายมาโนชถึงกับส่ายหน้า บอกไม่ไหวๆ รถรุ่นนี้แบบเดียวกันนี้ ก็เคยนำเข้ามาแล้ว มีที่มาที่ไปทุกอย่าง เอกสารตรงกันเหมือนกันทุกฉบับ ไม่เคยเห็นมีปัญหาอะไร แต่มาลอตนี้กลับมีปัญหาซึ่งก็ไม่เข้าใจ ประสบการณ์ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายมากว่า 10 ปีเข้าใจกระบวนการต่างๆอย่างดี โดยเฉพาะด้านเอกสารสำคัญๆต่างๆ ก็แสดงได้ถูกต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ 100 เปอร์เซ็นต์

มาโนช ย้ำว่า กรมศุลฯยังให้เราขอเอกสารพิมพ์เขียวการประกอบรถยนต์จากโรงงานที่มาเลย์ เอกสารแบบนี้เป็นลิขสิทธิ์…ไม่มีทางที่เขาจะให้ และเอกสารสัญญาสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ประกอบรถยนต์ เอกสารแบบนี้ก็เป็นความลับทางธุรกิจ คิดดูไม่มีใครที่ไหนให้หรอกครับ ถ้าจะให้วางเงินหลักประกัน และให้ต้องเอาเอกสารที่ไม่มีทางเป็นไปได้แบบนี้…แถมยังไม่แจ้งข้อหาแค่ตั้งข้อสงสัยอย่างนี้

“จับไปเถอะ แจ้งข้อหามาเลยดีกว่า แต่ถ้าไม่จับก็ต้องปล่อยรถออกมา ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าที่ทำกันถึงขนาดนี้…น่าจะมีกลุ่มคนอกหักที่ยังไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองแพ้อยู่เบื้องหลังคอยกลั่นแกล้งเรามาแทบทุกขั้นตอนของการจำหน่ายรถลอตนี้ให้แก่ ขสมก.

ขนาดอธิบดีกรมศุลกากร ท่านยังบอกว่า…เอกสารถูกต้องครบถ้วนก็ปล่อยรถออกไปได้เลย แถมเจ้าหน้าที่ชุดนี้ขยันเกินครับ สี่ทุ่มยังออกมาทำงานกัน

ขอย้ำอีกที…จับไปเลยครับ แต่ถ้าไม่จับต้องปล่อยรถ เพราะความเสียหายเฉพาะต้องจ่ายที่จอดรถให้การท่าเรือแหลมฉบังวันละ 300,000 บาท ใครรับผิดชอบ”

ดาโต๊ะ เอมราน บิน กาดีร์ ประธานบริษัท อาร์ แอนด์ เอคอมเมอเชียล วีฮีเคลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี โรงงานประกอบรถบัสลอตดังกล่าว บอกว่า ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนตั้งแต่ทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2518 และได้แจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบังให้รัฐบาลมาเลเซียรับทราบถึงปัญหาของกรมศุลกากรไทยแล้ว

“ในฐานะนักธุรกิจมาเลเซีย ผมเสียใจที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรไทยไม่เชื่อใจ ไม่เชื่อถือในเอกสารที่ออกโดยรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งเข้มงวดมากๆสำหรับเรื่องนี้ เราคงไม่ทำอะไรมั่วๆให้เสื่อมเสีย เพราะเรื่องการที่ตั้งข้อสงสัยแบบนี้ ผมถือว่าผิดมารยาทระหว่างประเทศอย่างมาก ประเทศในกลุ่มสมาชิกเออีซีเขาไม่ทำกัน”

การที่ “กรมศุลกากร” มีข้อสงสัยในรายละเอียดสินค้า ที่ระบุในเอกสาร From D ซึ่งออกโดยรัฐบาลมาเลเซียเป็นเหตุอ้างไม่ปล่อยรถ จึงเป็นปุจฉาสำคัญที่ต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วน.

 

Leave a comment