กรมศุลปรับเมล์เอ็นจีวีพันล้าน “เบสท์ริน” รับสภาพไขสือไม่รู้ผลิตจากจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810526

 

กรมศุลกากรปรับและเก็บภาษีเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ของเบสท์รินเพิ่มเกือบ 1 พันล้านบาท เหตุนำเข้าจากจีนไม่ใช่ผลิตจากมาเลเซีย ขณะที่เบสท์รินเสียงอ่อยยอมรับสั่งซื้อจากมาเลย์ ไม่รู้ว่าผลิตในจีน “ออมสิน” ยันเบสท์รินจ่ายภาษี-ค่าปรับเพิ่ม ไม่กระทบส่งมอบรถเมล์ 489 คันตามสัญญาเร่งบริการให้ทันปีใหม่

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวถึงกรณีกรมศุลกากรไม่อนุญาตให้นำรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (NGV) ของบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับสัมปทานจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งนำเข้าโดยบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ออกจากท่าเรือแหลมฉบังว่า ล่าสุด กรมศุลกากรได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานงาน ตรวจสอบข้อมูลที่มาเลเซียช่วงเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา พบว่าบริษัท ซุปเปอร์ซาร่านำเข้ารถโดยสารปรับอากาศยี่ห้อ SUNLONG รุ่น SLK6129 CNG YEAR 2016 จำนวน 489 คัน ซึ่งได้ทยอยส่งออกจากมาเลเซียมายังไทยจำนวน 5 เที่ยวเรือ เที่ยวละ 1 คัน, 99 คัน, 145 คัน, 146 คัน และ 98 คัน (อยู่ระหว่างเดินทางจากมาเลเซียมาไทย) รวมทั้งสิ้น 489 คันนั้น ผลิตจากจีนไม่ใช่มาเลเซียจึงเข้าข่ายต้องเสียภาษีนำเข้าอัตรา 40%

โดยกรมศุลกากรได้สรุปเหตุการณ์ของซุปเปอร์ซาร่าฯ ออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 (เที่ยวที่ 1-2 รวม 100 คัน) เป็นกลุ่มที่ผ่านพิธีการศุลกากรและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ซึ่งกลุ่มนี้มีการสำแดงเท็จ เพราะใช้ฟอร์มดี (Form D) ซึ่งแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าว่าผลิตจากมาเลเซีย จึงต้องถูกเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 2 เท่าของอากรและยังถูกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) รวมเป็นเงิน 370 ล้านบาท ตามกฎหมายศุลกากร

ส่วนกลุ่มที่ 2 (เที่ยวที่ 3-5 จำนวน 389 คัน) ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า R & A COMMERCIAL VEHICLES SDN BHD ซึ่งเป็นบริษัทผู้จำหน่ายรถโดยสารปรับอากาศให้กับบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป นั้น ก่อนหน้าที่ R & A COMMERCIALฯ จะส่งรถดังกล่าวมายังไทย ได้นำเข้ารถโดยสารปรับอากาศชนิดเดียวกันจากจีน โดยบริษัทจีนคือ NORINCO NEW ENERGY CO., LTD. ระบุชื่อผู้ซื้อที่มาเลเซีย คือ R & A COMMERCIALฯ และพบสินค้านำเข้าเป็นรถยนต์สำเร็จรูป ซึ่งมีจำนวน ราคา และน้ำหนักตรงกันกับที่บริษัท R & A COMMERCIALฯ ส่งมายังไทย มีรายการหมายเลข Chassis เครื่องยนต์ ตรงกัน รวมทั้งแสดงราคาต่อหน่วยและน้ำหนักต่อหน่วยเท่ากัน ส่วน “รถโดยสารกลุ่มที่ 2 ยังไม่มีการสำแดงเพื่อเสียภาษี จึงยังไม่มีความผิด คาดว่าผู้นำเข้าคงไม่กล้าสำแดงเป็นฟอร์มดีเพื่อเลี่ยงภาษี อีก เพราะรถ 100 คันที่ถูกปรับเป็นเงินที่สูงมาก”

นายกุลิศกล่าวต่อว่า รถโดยสารกลุ่มที่ 2 นี้ หากนำเข้าจะเสียภาษี 40% บวกภาษีมูลค่าเพิ่มอีกคันละ 1.4 ล้านบาท เท่ากับรถ 389 คัน ต้องเสียภาษีเพิ่มอีกราว 500 ล้านบาท และเมื่อรวมกับค่าปรับของกลุ่มแรก 100 คันแล้ว ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีเพิ่มให้กรมศุลกากรเกือบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งนำเข้าคลังทั้งหมด ช่วงที่ผ่านมากรมศุลกากรได้ชี้แจงซุปเปอร์ซาร่าฯแล้ว ซึ่งบริษัทก็ยอมรับว่ามีความเข้าใจที่ผิดพลาดในข้อมูลการนำเข้าจากบริษัทผู้จำหน่ายในมาเลเซีย เมื่อรับทราบข้อเท็จจริงแล้ว ยินดีปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรทุกประการ

ทั้งนี้ หากบริษัทประสงค์ที่จะชำระค่าภาษีหรือวางเงินประกัน และมีเอกสารพร้อม สามารถทำที่กรมศุลกากรหรือศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อทำการตรวจปล่อยได้ภายใน 1-2 วัน โดยเงินประกันน่าจะมียอดสูงถึง 230 ล้านบาท กรณีนำรถโดยสารกลุ่มที่ 2 ออก 100 คัน ส่วนรถกลุ่มที่ 1 คงยังไม่มีการนำออกมาเพราะต้องเสียเงินค่าปรับ

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่กรมศุลกากรแจ้งว่าบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานรถเมล์เอ็นจีวีจาก ขสมก. ยอมรับว่ารถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน นำเข้ามาจากจีน แต่อ้างว่าไม่รู้รายละเอียดเพราะทำสัญญาซื้อขายรถจากผู้ประกอบการในมาเลเซีย และยินยอมวางเงินประกันค่าภาษีรถ 100 คันแรกเป็นเงิน 718 ล้านบาท และรถส่วนที่เหลือก็มีการเสียภาษีนำเข้าปกติ จึงน่าจะไม่มีปัญหาหากกรมศุลกากรปล่อยรถและเบสท์รินฯสามารถส่งมอบรถให้กับ ขสมก.ได้ครบตามสัญญา แต่แผนและเป้าหมายที่วางไว้เดิม จะนำรถมาให้บริการเป็นของขวัญปีใหม่อาจต้องเลื่อนออกไป แต่หวังว่าจะให้บริการได้ทันปีใหม่นี้ได้ ทั้งนี้ ในเงื่อนไขสัญญา ขสมก.จะเอาผิดกับเบสท์รินได้ กรณีที่ครบกำหนดวันที่ 29 ธ.ค.แล้ว ไม่สามารถส่งมอบรถได้ การจะยกเลิกสัญญาก็มีขั้นตอน ตั้งแต่ทำหนังสือแจ้งเตือน ดำเนินการปรับและค่าเสียโอกาสของ ขสมก. คิดเป็นเงิน 17,000 บาทต่อคันต่อวัน แต่ถ้าส่งมอบรถได้ก็ไม่มีปัญหา ส่วนกำหนดเดิมวันที่ 21 ธ.ค.นี้ จะมีการนำรถเมล์ดังกล่าวออกมาแสดงให้กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น ล่าสุดมีการแจ้งยกเลิกแล้ว

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.ขสมก. กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าเบสท์รินจะนำเงินวางประกันภาษีไปจ่ายให้กรมศุลกากรเพื่อนำรถ 100 คันแรกออกมา แต่ถึงขณะนี้เบสท์รินยังไม่ได้นำเงินประกันไปวาง เพราะเป็นเงินจำนวนมากคงต้องใช้เวลา โดย ขสมก.ยืนยันตามเดิมว่าบริษัทต้องส่งมอบรถได้ครบภายใน 29 ธ.ค.นี้ เชื่อว่าทางบริษัทจะสามารถส่งมอบรถได้ แต่อาจล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ 1 สัปดาห์ และจะพยายามเร่งรัดเพื่อให้นำรถเมล์นี้มาให้บริการได้ทันช่วงปีใหม่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทมีปัญหาฟ้องร้องทางแพ่งในศาลภาษีอากรนั้น เป็นคดีเก่าที่เกิดขึ้นมาก่อนและคดียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งการประมูลจัดหารถเมล์เอ็นจีวี ไม่ได้มีข้อกำหนดห้ามบริษัทเข้าร่วมประมูล ถือว่าทุกอย่างผ่านมาตามขั้นตอน.

 

Leave a comment