ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 ธ.ค. 2559 14:36
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/807406

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด คนกรุงฯ จับจ่ายใช้สอยช่วงปีใหม่ไม่ต่ำกว่า 28,500 ล้าน รับปัจจัยหนุนจากมาตรการช็อปช่วยชาติ-แจกเงินคนจน ขณะที่ สินค้าโครงการหลวง-OTOP เป็นของขวัญมาแรง พร้อมระบุ คนกรุงฯ มีการปรับพฤติกรรม ลดกิจกรรมรื่นเริง หันทำความดี มีประโยชน์กับสังคมมากขึ้น …
วันที่ 10 ธ.ค.59 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 คนกรุงเทพฯ จับจ่ายเม็ดเงินใช้สอยไม่ต่ำกว่า 28,500 ล้านบาท หรือขยายตัวร้อยละ 5.0 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่เติบโตร้อยละ 8.0 ซึ่งในปีนี้ ภาคธุรกิจยังคงใช้เทศกาลปีใหม่เป็นหนึ่งในอีเวนต์ที่เข้ามากระตุ้นยอดขาย แต่ลักษณะกิจกรรมที่เกิดขึ้นจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบของกิจกรรมรื่นเริงเหมือนเดิม อาจปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบรรยากาศในช่วงไว้อาลัย ดังนั้น ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องมีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ที่เกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายหรือการทำกิจกรรมของคนกรุงฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ให้ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับเม็ดเงินค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลปีใหม่ แยกเป็น ค่าใช้จ่ายอาหารและเครื่องดื่ม 9,200 ล้านบาท รองลงมาคือ ท่องเที่ยว (เฉพาะค่าที่พักและค่าเดินทาง) 8,000 ล้านบาท ซื้อของขวัญ/ของฝาก 4,400 ล้านบาท การให้เงินพ่อแม่/พี่น้องเป็นของขวัญปีใหม่ 4,100 ล้านบาท และทำบุญ/ไหว้พระ 2,800 ล้านบาท
ขณะที่ งบประมาณใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่ 5,400 บาท โดยการประกาศให้มีวันหยุดราชการในช่วงเทศกาลปีใหม่ยาวติดต่อกันถึง 4 วัน ประกอบกับมาตรการของภาครัฐที่ออกมากระตุ้นการจับจ่ายในช่วงปลายปี อย่างมาตรการช็อปช่วยชาติ และการให้เงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้การจับจ่ายใช้สอยของคนกรุงฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ไม่ซบเซามากนัก
ส่วนสินค้าเกี่ยวกับ รัชกาลที่ 9 และสินค้าที่เน้นช่วยเหลือสังคมจะกลายเป็นสินค้าที่ได้รับความสนใจจากคนกรุงฯ เพื่อมอบให้เป็นของขวัญสำหรับปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือที่ระลึกที่จัดทำพิเศษเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ ธนบัตรหรือเหรียญที่ระลึก เป็นต้น รวมไปถึงข้าวชาวนาที่คนกรุงฯ หันมาเลือกเป็นของขวัญ/ของฝาก โดยถือเป็นการช่วยเหลือชาวนาจากปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจที่ระบุว่า ปัจจัยในการเลือกซื้อของขวัญของฝากในปีนี้ นอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอยและคุณภาพของสินค้าแล้ว ยังคำนึงถึงคุณค่าหรือความหมายทางจิตใจเข้ามาร่วมด้วย ทั้งนี้ห้างสรรพสินค้ายังคงเป็นแหล่งจับจ่ายซื้อของขวัญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากคนกรุงฯ เนื่องจากมีสินค้าและบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายประเภท
ขณะที่ มูลค่าตลาดกระเช้าปีใหม่ปี 2560 จะมีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าที่ยังคงตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะลูกค้าองค์กรขนาดกลางและขนาดเล็ก ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ มองว่า การให้ของขวัญในนามขององค์กรค่อนข้างมีอิทธิพลอย่างมากต่อการสานต่อและเชื่อมความสัมพันธ์ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรด้วย แต่การเลือกซื้อกระเช้าของขวัญในปีนี้น่าจะได้เห็นภาพการปรับเปลี่ยนมากกว่าทุกๆ ปี เพราะนอกเหนือจากสินค้าเดิมที่ได้รับความนิยมทุกปี คือ สินค้ากลุ่มสุขภาพ (รังนก ซุปไก่สกัด น้ำผักผลไม้) แล้ว ยังมีสินค้าที่มาแรงและคาดว่า จะถูกเลือกนำมาจัดเป็นกระเช้าในปีนี้ ได้แก่ สินค้าโครงการหลวง สินค้า OTOP สินค้าออร์แกนิก/ปลอดสารพิษ ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้บริโภคได้ตัดสินใจเลือกซื้อ ซึ่งผู้ประกอบการกระเช้าปีใหม่จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาด เช่น การติดต่อซัพพลายเออร์ (สำนักพิมพ์ ผู้ผลิตข้าวชุมชน/ข้าวชาวนา ผู้ผลิตสินค้าโครงการหลวง สินค้าออร์แกนิก หรือสินค้า OTOP) เพื่อบริหารจัดการสต๊อกสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ คนกรุงฯ มีการปรับพฤติกรรมรับเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยเฉพาะปรับลดการทำกิจกรรมรื่นเริงสังสรรค์ อาทิ การออกไปปาร์ตี้ หรือเลี้ยงฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ และปรับเปลี่ยนไปทำกิจกรรมความดีและมีประโยชน์กับสังคมมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับภาคเอกชนที่หันมาปรับกิจกรรมรื่นเริง หรือเคาต์ดาวน์ (การจุดพลุฉลอง การแสดงดนตรีแสงสีเสียง) ไปสู่รูปแบบของการทำบุญตักบาตร ร่วมสวดมนต์ข้ามปีหรือกิจกรรมที่แสดงถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9.