“บี.กริม” ระดมทุนลุยโรงไฟฟ้า ขึ้นชั้นผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก!รายใหญ่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ธ.ค. 2559 06:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/809386

 

“บี.กริม เพาเวอร์” เตรียมระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์นำเงินลุยสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม ผงาดขึ้นผู้นำผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมสยายปีกโรงไฟฟ้าในภูมิภาคหลังสร้างที่มั่นในเวียดนามสำเร็จ ก่อนมุ่งสู่เป้าหมายผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของโลก

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทยมากว่า 20 ปี เปิดเผยว่า มีแผนจะนำบริษัทระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำเงินที่ได้มาขยายการลงทุนหรือใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง รวมทั้งใช้หนี้สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนยื่นขออนุญาตระดมทุนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ปัจจุบัน บริษัทมีกิจการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจำนวน 13 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีก 15 แห่ง มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 1,626.2 เมกะวัตต์ โดยจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจำนวน 960 เมกะวัตต์ ให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) และการไฟฟ้าแห่งประเทศเวียดนาม (The Electricity of Vietnam: EVN) สำหรับกระแสไฟฟ้าส่วนที่เหลือจำหน่ายให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมกว่า 300 ราย ครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรม 7 แห่ง ทั้งในไทยและเวียดนาม

ขณะที่บริษัทมีแผนว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตให้เป็น 2,300 เมกะวัตต์ภายในปี พ.ศ.2564 หากสามารถก่อสร้างและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าตามแผนได้สำเร็จ ซึ่งจะส่งผลให้ บี.กริม กลายเป็นหนึ่งในผู้นำของกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่มีกำลังการผลิตสูงสุดในประเทศไทย และยังมีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ 5,000 เมกะวัตต์ทั่วภูมิภาคนี้!!

นางปรียนาถกล่าวว่า ปัจจุบัน บี.กริม ผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ เชื้อเพลิงดีเซล พลังงานแสงอาทิตย์และมีแผนที่จะขยายไปสู่การใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ทั้งการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม และพลังงานน้ำอีกด้วย

“บี.กริม เพาเวอร์ เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเมื่อนับตามกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง (Installed Capacity) ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต้องการความมั่นคงของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในกระบวนการผลิตสูง เช่น อุตสาห-กรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น”

นางปรียนาถกล่าวต่อว่า หากโฟกัสธุรกิจในประเทศไทย ปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีสัญญาขายไฟฟ้าและไอน้ำในประเทศไทยหลักๆดังนี้ สัญญาขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP, สัญญาขายไฟฟ้าและไอน้ำให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมผ่านโครงข่ายไฟฟ้าและไอน้ำของบริษัทที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 100 ราย ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศคือ นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร, นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้, สวนอุตสาหกรรมบางกะดี, นิคมอุตสาหกรรมเหมราช และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง

นอกจากนี้ ยังมีสัญญาขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้โครงการรับซื้อไฟฟ้าจาก VSPP จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยบี.กริม เพาเวอร์เริ่มลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนตั้งแต่ปี 2558 และมีแผนจะขยายกำลังการผลิตสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มขึ้นเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

“ด้วยประสบการณ์ที่หลากหลาย ทำให้บริษัทเป็นผู้ผลิตพลังงานของประเทศไทยที่ครอบคลุมทั้งด้านการออกแบบและก่อสร้างพัฒนาโครงการ การจัดการด้านการเงิน และการบริหารจัดการโครงการโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างใหม่ รวมทั้งการจัดหาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า การบริหารจัดการการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าและระบบสายส่งไฟฟ้าและท่อไอน้ำ”

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศนั้น บี.กริม เพาเวอร์เริ่มลงทุนในเวียดนามตั้งแต่ปี 42 โดยขาย ไฟฟ้าที่รับซื้อจากบริษัทย่อยของ EVN ให้แก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ (เบียนหัว) จำนวน 200ราย

นอกจากนี้ ยังขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวตั้งแต่ปี 58 โดยกำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างหรือพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 8 โครงการ และยังมีแผนขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้ศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าในอินโดนีเซีย เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เพื่อแสวงหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจและมีผลตอบแทนที่เหมาะสม ส่วนการออกไปลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสง อาทิตย์ในญี่ปุ่นที่บริษัทไทยแห่กันไปร่วมทุนกับกลุ่มทุนญี่ปุ่นนั้นบริษัทไม่สนใจ เพราะเคยออกไปศึกษาแล้วพบว่าลงทุนสูงและผลตอบแทนจากการ ลงทุนหรือราคารับซื้อไฟฟ้าของทางการญี่ปุ่นในโครง การหลังๆมานี้ไม่ได้มีราคาที่ดีเหมือนในช่วงแรกๆ

“เรามุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทผู้ผลิตพลังงานชั้นนำของโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมโดยรวม โดยยึดหลักการทำงานคือ ผลิตและขายไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง การเพิ่มความมั่นคงในการจัดส่งไฟฟ้าจากการที่ บี.กริมมีหน่วยผลิตไฟฟ้าหลายหน่วยในนิคมอุตสาหกรรมเดียวกัน และการลดการสูญเสียกระแสไฟฟ้าในระบบสายส่งจากการที่ที่ตั้งของโรงไฟฟ้าอยู่ใกล้ผู้ใช้ไฟ และการให้บริการที่ดี ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ บี.กริม เพาเวอร์ สู่ความสำเร็จของธุรกิจที่พิสูจน์มากว่า 20 ปี”

นอกจากลูกค้าแล้ว บี.กริมยังให้ความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้ถือหุ้น บุคลากรของบริษัท ชุมชน และสังคม ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม นางปรียนาถกล่าวทิ้งท้าย.

 

Leave a comment