แน่นแบงก์ คนจน แห่เบิกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 14 ธ.ค. 2559 07:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/810591

 

ธ.ก.ส.ขอยืดเวลาจ่ายเงินคนจน โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ถึงสิ้นเดือน ม.ค.60 หวั่นจ่ายเงินไม่ทัน จี้ให้ประชาชนเร่งเปิดบัญชี ขณะที่ 3 ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว 4.7 ล้านราย รวมเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศแห่เบิกเงิน หลังติดวันหยุดยาวรอต่อแถวตั้งแต่รุ่งสาง เมืองคอนประชาชนเปิดบัญชีใหม่จนระบบล่ม นครราชสีมาหวิดวางมวยเหตุแซงคิว พะเยาแนะปรับระบบตรวจสอบหลังรายชื่อหาย สมุทรปราการล่าช้าผู้สูงอายุไม่เข้าใจขั้นตอนเบิกจ่าย “บิ๊กตู่” กระตุ้นคนจนเกาะติดมาตรการรัฐบาล แนะพวกแห้วรอขึ้นทะเบียนรอบสอง

ธ.ก.ส.ขอยืดเวลาจ่ายเงินคนจน ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศแห่เบิกเงินจนระบบล่ม เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ธนาคารโอนเงินให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ธนาคารโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนที่มีสมุดเงินฝากแล้ว 2.8 ล้านราย หรือคิดเป็นเงิน 6,532 ล้านบาท จากจำนวนบัญชีที่ต้องโอนเงินทั้งหมด 3.8 ล้านราย ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ล้านราย ในจำนวนนี้คือผู้ที่ไม่มีสมุดบัญชีเงินฝาก 800,000 ราย และอีก 200,000 ราย อยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์อีกครั้งระหว่างธนาคารกับกระทรวงเกษตรฯ เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ยากจนเป็นรายครอบครัว ขณะที่มาตรการนี้เป็นเงินช่วยเหลือประเภทรายบุคคล

นายอภิรมย์กล่าวต่อว่า ตลอดทั้งวันนี้ (13 ธ.ค.) มีประชาชนยืนเข้าคิวรอเช็กยอดสมุดเงินฝากและขอถอนเงินในคราวเดียวกัน ทำให้คิวยาวล้นไปนอกธนาคารหลายสาขา เพราะประชาชนบางรายมีบ้านอยู่ห่างไกลจากสาขาของธนาคาร ดังนั้น เมื่อเดินทางมาถึงแล้วหากตรวจสอบสิทธิ์ถูกต้องและมีเงินอยู่ในบัญชี จะถอนเงินเอาไปใช้จ่ายในทันที ทำให้ ระบบคอมพิวเตอร์ทำงานหนักตลอดทั้งวัน อย่างไรตาม ธนาคารจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ยังไม่มีสมุดบัญชีรีบเปิดบัญชีอย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 27 ธ.ค. เพื่อรอรับเงินภายในวันที่ 30 ธ.ค.59 เป็นวันสุดท้ายตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด

“ธนาคารจะให้กระทรวงการคลังพิจารณาเสนอ ครม.ขอขยายเวลาการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพราะคาดว่าจะจ่ายเงินทั้งหมดได้ไม่ทันวันที่ 30 ธ.ค. เนื่องจากมีคนที่มาลงทะเบียนแต่ไม่มีบัญชีธนาคารอีก 800,000 ราย เหลือเวลาทำงานอีก 14 วัน เกรงว่าหากเลยวันที่ 30 ธ.ค. จะไม่สามารถ โอนเงินให้แก่ประชาชนได้เพราะจะขัดกับมติ ครม.ที่กำหนด จะขอขยายเวลาไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค.60” นายอภิรมย์กล่าว

ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบรายชื่อผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐกับธนาคารออมสิน พบมีข้อมูลและคุณสมบัติถูกต้องจำนวน 2.1 ล้านราย โดยส่งข้อมูลดังกล่าวให้ตรวจสอบ พบว่าประชาชนที่เปิดบัญชีกับธนาคารออมสินมีทั้งหมด 1.2 ล้านราย โอนเงินระหว่างวันที่ 9-10 ธ.ค. จำนวน 1.2 ล้านราย เป็นเงิน 2,877 ล้านบาท ส่วนอีกประมาณ 1 ล้านราย ไม่มีสมุดบัญชีกับธนาคาร ต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรีบมาเปิดสมุดบัญชีกับธนาคารก่อนวันที่ 27 ธ.ค.นี้

ส่วน น.ส.อาริศรา ธรมธัช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจภาครัฐ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทยโอนเงินให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ระหว่างวันที่ 9-10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผ่านบริการกรุงไทยพร้อม–เพย์ ผู้ที่มีบัญชีธนาคาร และบัตรอีมันนี่แล้วเกือบ 700,000 ราย วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท จากจำนวนผู้ลงทะเบียนกับธนาคารทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านราย

“ในช่วงวันหยุด 11-12 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาลงทะเบียนผ่านสาขาในห้างสรรพสินค้าอีก 50,000 ราย และยังเหลือผู้ยังไม่มาลงทะเบียน 130,000 ราย ในวันนี้ (13 ธ.ค.) เป็นวันที่สาขาของธนาคารทั่วประเทศ เปิดทำการเป็นวันแรก มีผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนมาที่สาขา และลงทะเบียนเป็นจำนวนมาก ธนาคารช่วยแบ่งเบาภาระผู้มีรายได้น้อยในการลงทะเบียนกรุงไทยพร้อมเพย์หรือเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารได้โดยไม่ต้องมีเงินฝากภายในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ และธนาคารจะโอนเงินสวัสดิการให้ภายในวันที่ 30 ธ.ค.59” น.ส.อาริศรากล่าว

ทั้งนี้มติ ครม. กำหนดให้ประชาชนที่ลงทะเบียน ขอรับสวัสดิการจากรัฐ รายได้ไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเงิน 3,000 บาท รายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ได้รับเงิน 1,500 บาท มีประชาชนที่เข้าข่ายประมาณ 8 ล้านราย จากที่ลงทะเบียนทั้งหมด 8.2-8.3 ล้านราย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าธนาคาร กรุงไทย ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. สาขาต่างๆใน จ.สตูล มีประชาชนเข้าคิวรอเบิกเงินตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก นายวัชรพันธ์ สมพงษ์ ผจก.ธนาคารออมสิน สาขาสตูล เปิดเผยว่า วันนี้ธนาคารเปิดทำการวันแรกหลังติดวันหยุดยาว มีประชาชนมารอตรวจสอบยอดเงินในสมุดเงินฝากและถอนเงินเพื่อไปใช้จ่ายจำนวนมาก ส่วนบรรยากาศที่ ธ.ก.ส. สาขานครศรีธรรมราช ประชาชนกว่า 1 พันคน เข้าคิวรอเช็กยอดเงินในสมุดเงินฝาก รวมถึงเปิดบัญชีใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ระบบของธนาคารเกิดความล่าช้า เช่นเดียวกับที่ ธ.ก.ส. สาขากระบี่ ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขายะลา และธนาคารออมสิน สาขาสะเดา จ.สงขลา มีประชาชนรอต่อคิวเพื่อเบิกเงินจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

นายอานนท์ แสงธรรม อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/198 หมู่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.จริยวัฒน์ แทนชื่น รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อร้องทุกข์หลังเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ นายอานนท์เปิดเผยว่า มีอาชีพขับรถตุ๊กตุ๊กมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยประกอบอาชีพอื่น เมื่อทราบว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติตรวจสอบไปยังสรรพากรในพื้นที่ พบว่าตนมีรายได้จากการขายผลปาล์มสดปี 2558 จำนวน 781,174 บาท ทั้งที่ตนไม่มีสวนปาล์มหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบสวนบันทึกปากคำ เพื่อให้ผู้เสียหายนำไปยื่นแย้งสิทธิต่อไป

ส่วนที่ธนาคารออมสิน สาขาด่านขุนทด จ.นครราชสีมา มีประชาชนกว่า 500 คน ยืนรอเข้าคิวเพื่อเบิกเงินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. และมีบางคนพยายามแซงคิวจนเกือบจะมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน โชคดีตำรวจสายตรวจ สภ.ด่านขุนทด เข้ามาระงับเหตุได้ทัน ขณะที่นางพิศเพลิน จามรรัตน์ อายุ 49 ปี ชาว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท เนื่องจากมีฐานะยากจน และจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้กับลูก นายวุฒิพงศ์ เกษสัญชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. สาขากาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า วันนี้มีประชาชนเดินทางมาธนาคารทั้ง 18 สาขา ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเข้าคิวเบิกเงิน ปัญหาที่พบส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องไม่มีชื่อในระบบ และการขอเปลี่ยนชื่อและนามสกุล เช่นเดียวกับที่ ธ.ก.ส. สาขาเลย และธนาคารออมสิน สาขานาแก จ.นครพนม มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเบิกเงิน บางรายต้องผิดหวังเนื่องจากลงทะเบียนไม่ถูกต้อง

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาพะเยา ประชาชนเดินทางมาเข้าคิวเพื่อเปิดบัญชีเงินฝากใหม่ และรอเบิกเงินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนใหญ่ระบุว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวและต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยต่อไปเพราะถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากให้มีการปรับปรุงการตรวจสอบเนื่องจากมีบางส่วนมีรายชื่อตกหล่นไม่ได้รับการช่วยเหลือ ส่วน ธ.ก.ส. สาขานครสวรรค์ ธ.ก.ส. สาขาแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน และ ธ.ก.ส. สาขาชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มีประชาชนจำนวนมากมาตรวจสอบยอดเงินในสมุดเงินฝาก ก่อนจะเบิกเงินเพื่อนำไปใช้จ่าย

ด้าน น.ส.ศิวพร สุริฉันท์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาชัยนาท เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนกว่า 1,500 คน โอนเงินเข้าระบบ 700 คน ส่วนที่เหลือยังไม่ได้เปิดบัญชีสมุดเงินฝาก เช่นเดียวกับ ธ.ก.ส. สาขาสมุทรปราการ มีประชาชนที่ลงทะเบียนเดินทางมาตรวจสอบยอดเงินในสมุดเงินฝากอย่างต่อเนื่อง มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและไม่เข้าใจขั้นตอนการเบิกจ่ายทำให้เกิดความล่าช้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงมาตรการให้เงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อยโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐว่า หลายอย่างยังไม่เข้าใจกัน ที่ผ่านมาให้ประกาศกันโครมๆบอกมาขึ้นทะเบียน ก็ไม่รู้จะได้อะไรมันเลยไม่ขึ้นทะเบียน บางคนขึ้นทะเบียนแล้วไม่สนใจจะเปิดบัญชีเพราะไม่รู้ว่าจะได้อะไร พอรู้ว่าจะได้อะไรคราวนี้จะเอาล่ะ อะไรที่รัฐบาลพูดออกไปหรือทำออกไปมันต้องมีจุดมุ่งหมาย ดังนั้น ทุกคนต้องติดตามต้องเรียนรู้ ถ้ายังไม่ได้อะไรทุกคนก็ไม่ทำไม่ร่วมมือ พอจะได้อะไรถึงจะร่วมมืออย่างนี้ไม่ได้ อย่างนี้ประเทศพัฒนาไม่ได้ มันต้องเดินตามให้ทันว่ารัฐบาลคิดอะไรแล้วต้องให้เกิดประโยชน์ วันหน้าจะพ่วงไปสู่เรื่องของรถไฟ รถเมล์ฟรี อีกหลายๆเรื่องจะตามมา อยากให้ขึ้นทะเบียนแต่วันนี้หมดช่วงเวลาเปิดให้ขึ้นทะเบียน เอาไว้ไปขึ้นทะเบียนกันคราวหน้า มันเกี่ยวพันไปถึงทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดีขึ้น

 

Leave a comment