ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 15 ธ.ค. 2559 06:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/811666

ธุรกิจค้าปลีกคึกคักรับมาตรการช็อปช่วยชาติ ผู้ประกอบการมั่นใจปลุกกำลังซื้อที่ซบเซาให้ฟื้นขึ้นมาได้ เตรียมรับมือการออกใบกำกับภาษี ผู้บริหารสินค้าไอที COM7 มั่นใจดันยอดขายเดือนนี้พุ่งขึ้นจากภาวะปกติ 40% ด้าน “หมอบิวตี้” ติวเข้มพนักงานรับแรงซื้อ ด้าน “แม็ค” ติดใจปีที่แล้ว 7 วัน ยอดขายพุ่ง 100 ล้านปีนี้พร้อมเปิดช่องขายออนไลน์เพิ่มให้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย ด้านราคาหุ้นค้าปลีกปรับขึ้นร้อนแรง ชงให้มีมาตรการช็อปช่วย ชาติทุกไตรมาส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธุรกิจค้าปลีกคึกคักรับมาตรการช็อปช่วยชาติ หลังรัฐบาลดีเดย์เปิดให้วันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่ให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการมาหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนหวังเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มอีก 2-3 รอบส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกและสินค้าบริการเตรียมการรับมือกันอย่างคึกคักทั้งผู้ประกอบการสินค้าไอที โทรศัพท์มือถือ เครื่องสำอาง ความงาม
นายสุระ คณิตทวีกุล ประธานกรรมการบริหาร บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ผู้จำหน่ายสินค้าไอทีคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือมาตรการช็อปช่วยชาติอย่างเต็มที่ทั้งการเตรียมเพิ่มพนักงานในการให้บริการ เครื่องปรินเตอร์และคอมพิวเตอร์ในการออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องต่อคิวยาว ที่สำคัญคือการเตรียมสั่งสต๊อกสินค้าที่น่าจะเป็นสินค้าเป้าหมายของลูกค้าที่จะใช้มาตรการนี้เพิ่มขึ้น หลังจากปีที่แล้วมีความฉุกละหุกในการออกใบกำกับภาษีล่าช้าทำให้ลูกค้าต่อคิวยาว คาดว่าผลจากมาตรการนี้ที่ใช้เวลา 18 วัน จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากยอดขายปกติมากกว่า 40% จากปีที่แล้วที่มีมาตรการนี้เพียง 7 วัน ยอดขายพุ่งขึ้นมา 40%
ด้านนายสุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว กล่าวว่า มาตรการนี้มีประโยชน์ต่อทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และการหมุนเวียนเศรษฐกิจแน่นอน ซึ่งบริษัทได้เตรียมการรับมืออย่างเต็มที่ในการสร้างความรู้ความเข้าใจกับพนักงานถึงสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ลูกค้าจะได้รับทั้งเพื่อให้ข้อมูลลูกค้าพร้อมกับการชักจูงให้ลูกค้ามาใช้บริการซื้อสินค้าของบริษัท ซึ่งมาตรการนี้เมื่อปี 58 เห็นผลอย่างมาก ปีนี้คาดว่าผลของมาตรการนี้จะผลักดันให้ยอดขายเดือน ธ.ค.เพิ่มขึ้นจากยอดขายปกติไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งช่วงเดือน ธ.ค.ยอดขายมักจะเติบโตได้ดีอยู่แล้ว รวมผลของมาตรการนี้น่าจะทำให้ยอดขายเดือน ธ.ค.โตมากกว่า 40% โดยบริษัทได้เตรียมการสั่งผลิตสินค้าไว้รองรับอยู่แล้วในทุกสาขา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการช็อปช่วยชาติต่างปรับตัวขึ้นกันอย่างคึกคักร้อนแรง บล.ทรีนีตี้ระบุว่า มาตรการช็อปช่วยชาติปี 59 จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อหุ้นค้าปลีกโดยเฉพาะบริษัทที่มีลูกค้าเป้าหมายระดับกลางถึงบน ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นผู้ได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวสูงสุด เช่น HMPRO-ROBINS-COM7 เป็นต้น หลังจากตลอดทั้งปีที่ผ่านมาบรรยากาศการจับจ่ายซบเซา
นางสาวสุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) ผู้ค้าปลีกเครื่องแต่งกายและไลฟ์สไตล์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “แม็ค” กล่าวว่า ผลจากมาตรการช็อปช่วยชาติปีก่อนที่สร้างยอดขายให้ “แม็ค” เพิ่มขึ้นได้อย่างอะเมซซิ่งมาก โดยเพียงแค่ 7 วัน ทำยอดขายได้ถึง 100 ล้านบาท ทั้งที่มีการเตรียมการน้อยมาก แต่มาปีนี้เรามีความพร้อมมากที่สุด ทั้งทีมงานและระบบงานคอมพิวเตอร์ จึงมั่นใจว่าด้วยจำนวนวันที่เพิ่มขึ้นและการเตรียมพร้อมจะทำให้เพิ่มยอดขายมากกว่า 100 ล้านบาทแน่นอน ที่สำคัญปีนี้บริษัทมีช่องทางขายออนไลน์เพิ่มขึ้น
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ 15,000 บาท ที่ออกมากระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงปลายปี 2559 น่าจะเป็นโอกาสให้กับบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีก ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ที่จดทะเบียนอยู่ในระบบและสามารถออกใบกำกับภาษีได้ โดยคาดว่าผลจากมาตรการดังกล่าวน่าจะกระตุ้นให้มีเม็ดเงินกระจายไปสู่ธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และธุรกิจบริการอื่นๆ ประมาณ 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็นค้าปลีกสินค้าและบริการทั่วไปรวม 12,000 ล้านบาท และร้านอาหาร 1,000 ล้านบาท
“ช็อปช่วยชาติน่าจะเป็นโอกาสให้กับบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต ร้านเฟอร์นิเจอร์ ศูนย์จำหน่ายประดับยนต์ รวมถึงร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารในโรงแรม และภัตตาคาร”.