‘พิชัย’ เตือน กฟผ. อย่าดันทุรังซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินอินโดฯ หวั่นเจ๊ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 10:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/812917

 

“พิชัย” เตือน กฟผ. อย่าดันทุรังเรื่องซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินอินโดนีเซีย จี้ ครม. ต้องร่วมรับผิดชอบหากขาดทุน ชี้ องค์การพลังงานระหว่างประเทศยังระบุอนาคตถ่านหินแย่ อีกทั้งพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์ถูกกว่าถ่านหินแล้ว …

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 59 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่ได้ออกมาเปิดเผยความผิดปกติเรื่องบริษัทย่อยของกฟผ. จ่ายเงิน 1.17 หมื่นล้าน เข้าซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียได้เพียง 11-12% และแนวโน้มอนาคตราคาถ่านหินน่าจะลดต่ำลงเรื่อยๆ โดยผู้ว่าการ กฟผ. ได้ออกมาใช้วาจาไม่สุภาพนั้น

ล่าสุดสื่อหลักต่างประเทศ CNBC ได้รายงานข่าวองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ได้ระบุชัดเจนว่าการใช้ถ่านหินในอีก 5 ปีข้างหน้าจะไม่เพิ่มขึ้นและโลกหันพึ่งพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้น อีกทั้งมีเหมืองถ่านหินล้มละลายเลิกกิจการเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปริมาณถ่านหินโลกมีมากกว่าที่ต้องการใช้ ดังนั้นแนวโน้มอนาคตถ่านหินจึงไม่น่าจะดี ราคาถ่านหินที่สูงขึ้นในปัจจุบันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากเหมืองในจีนที่เป็นผู้ใช้รายใหญ่สุดหยุดผลิตถ่านหินชั่วคราว แนวโน้มอนาคตก็ยังไม่ดี ถึงขนาดมีการคาดกันว่าราคาอาจจะลงไปถึง 20$ ได้ แม้ความต้องการใช้ถ่านหินในเอเชียจะเพิ่มแต่ความต้องการถ่านหินทั้งโลกไม่เพิ่ม และต้องอย่าลืมว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่มีนโยบายจะนำเชลล์ก๊าซที่สหรัฐมีเป็นจำนวนมหาศาลออกมาจำหน่าย ซึ่งจะทำให้ราคาก๊าซถูกลง และราคาถ่านหินก็จะถูกลงด้วย

อีกทั้งล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์หรือโซลาร์ สามารถลดต้นทุนเป็นครึ่งหนึ่งของราคาไฟฟ้าจากถ่านหินแล้ว ซึ่งน่าจะทำให้อนาคตของถ่านหินคงไม่ดีอย่างแน่นอน จึงทำให้การซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินนี้มีโอกาสที่จะเป็นการลงทุนที่ขาดทุน นอกจากนี้ กฟผ. ยังไม่ได้ตอบคำถามที่ยังเป็นที่คาใจของสังคม เพราะการถือหุ้นเพียง 11-12% นอกจากจะไม่มีสิทธิในการบริหารแล้ว ยังไม่มีสิทธิที่จะทักท้วงการบริหารงานของบริษัท หากผู้บริหารโยกเงินไปใช้ผิดทางก็ยังทักท้วงไม่ได้ อยากให้เปิดเผยข้อมูลสัญญาตามที่บอกว่าจะนำเอกสารมาชี้แจงเพราะยังมีความสับสนในข้อมูลของบริษัท เช่น ปริมาณถ่านหินสำรองที่มีอยู่มีจำนวนเท่าใด และคำนวณที่ราคาเท่าใด ถ้าหากอนาคตราคาถ่านหินต่ำลงด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว การลงทุนนี้น่าจะขาดทุนแน่

“ไม่อยากให้เป็นเหมือนกับโครงการออยล์แซนด์ของ ปตท. ที่ลงทุนในประเทศแคนาดาที่ล้มเหลวเพราะมีต้นทุนสูงกว่าราคาน้ำมันตอนนี้ และทำให้ต้องขาดทุนอย่างมาก และไม่อยากให้เหมือนกับโครงการสวนปาล์มในอินโดนีเซียที่มีข้อครหาการทุจริตซึ่งเรื่องอยู่กับประชาชนแล้ว ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดนี้ หาก กฟผ. ยังเดินหน้ากับโครงการนี้ แล้วอนาคตเกิดขาดทุนมาก ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบรวมถึง ครม. ที่อนุมัติด้วย เพราะถือว่าได้รับการเตือนจากข้อมูลที่เป็นสาธารณะแล้ว”

 

Leave a comment