ฟิลลิป มอร์ริส มุ่งพลิกโฉมอุตสาหกรรม ชูแนวคิดลดอันตรายจากยาสูบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ธ.ค. 2559 11:27

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/815347

 

ฟิลลิป มอร์ริสฯ ทุ่มงบราว 105,000 ล้าน วิจัย-พัฒนาผลิตภัณฑ์ หวังลดความเสี่ยงในพิษภัยยาสูบ ตอบสนองทางเลือกผู้บริโภค…

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมไร่ยาสูบ ณ อ.ท่าวังผา จ.น่าน เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย


นายพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์และผู้บริหารฟิลลิป มอร์ริสฯ

นายพงศธร อังศุสิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์และผู้บริหารฟิลลิป มอร์ริสฯ กล่าวว่า ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกได้เผยว่า เมื่อปี 2555 มีผู้สูบบุหรี่ทั่วโลก 927 ล้านคน และมีการคาดการณ์ต่อว่า ในปี 2568 จะยังคงมีผู้สูบทั่วโลกจำนวนกว่า 1,400 ล้านคน ขณะที่เป็นที่ทราบกันดีว่านิโคตินก่อให้เกิดภาวการณ์ติด แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคจากการสูบบุหรี่ แต่อันตรายจากการสูบบุหรี่เกิดจากควันที่มาจากการเผาไหม้ของบุหรี่ ถ้าหากสามารถมีผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากการเผาไหม้ ก็อาจเป็นทางเลือกที่อาจมีศักยภาพในการลดความเสี่ยง แทนที่การสูบบุหรี่แบบเผาไหม้ในปัจจุบันได้

พีเอ็มไอ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของฟิลลิป มอร์ริสฯ ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 105,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 และทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรกว่า 430 คน ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาสูบลดความเสี่ยงในพิษภัยยาสูบ ที่มุ่งเน้นการศึกษาการกำจัดการเผาไหม้ในผลิตภัณฑ์ยาสูบ หนึ่งในนั้น คือ การใช้เทคโนโลยีที่ให้ความร้อนกับใบยาในจุดที่ต่ำกว่า 300 องศาฯ  เพื่อไม่ให้เกิดการเผาไหม้อันเป็นต้นกำเนิดของสารพิษต่างๆ


นายพงศธร กล่าวด้วยว่า แนวโน้มที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวขณะนี้ คือ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่อาจจะมีศักยภาพที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการใช้ยาสูบ  ซึ่งจะเป็นจุดพลิกโฉมของอุตสาหกรรมยาสูบ เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกที่มีศักยภาพที่จะเป็นอันตรายน้อยลง โดยในขณะนี้ เราติดตามความเคลื่อนไหวในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งกฎระเบียบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางเลือกของประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่ารัฐบาลจะมีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสและกฎระเบียบที่จะเป็นประโยชน์ทางด้านสาธารณสุข

ทั้งนี้ บริษัทฯ กำลังเตรียมการปรับตัว ทั้งด้านทรัพยากรและการบริหารงาน เพื่อรองรับการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยาสูบ และยินดีที่จะได้ร่วมงานกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง เพื่อลดอันตรายจากยาสูบ


ไร่ยาสูบ ณ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

ขณะที่ ผลจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตยาสูบเต็มเพดานที่ร้อยละ 90 ล่าสุดเมื่อเดือน  ก.พ.59 ส่งผลให้ปีงบประมาณ 59 รัฐสามารถจัดเก็บภาษีสรรพสามิตยาสูบได้ 64,897 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2558 เพียง 2,163 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่หันไปบริโภคบุหรี่ราคาถูก.

 

Leave a comment