‘อนุสรณ์’ จี้ทบทวน พ.ร.บ.คอมพ์ หวั่นกระทบดิจิทัลไทยแลนด์-อีแบงกิ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ธ.ค. 2559 15:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/813297

 

“อนุสรณ์” เสนอรัฐชะลอ ก.ม.คอมพ์ฉบับใหม่ นำไปทบทวนแก้ไขปิดจุดอ่อน หวั่นกระทบดิจิทัลไทยแลนด์-อีแบงกิ้ง เหตุถูกปิดกั้นควบคุมมากเกินไป ทำให้ผู้ประกอบการย้ายเซิร์ฟเวอร์ไป ตปท. ย้ำแก้ปัญหาเผยแพร่ข้อมูลผิด ก.ม.ต้องจัดการที่ต้นทาง…

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สนช. และรัฐบาล ควรถอนร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ออกไปก่อน เพื่อนำไปทบทวนจุดอ่อนและผลกระทบไม่พึงประสงค์ แม้ตัวกฎหมายใหม่มีข้อดีอยู่บ้างและมีเป้าหมายปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การดำเนินนโยบาย มาตรการหรือออกกฎหมายใหม่ใดๆ ที่สอดคล้องโลกาภิวัตน์ในปัจจุบันและพลวัตโลกอนาคต ต้องเน้นผ่อนคลายกฎระเบียบ สร้างระบบแรงจูงใจ แทนการออกระเบียบควบคุมเข้มงวด ซึ่งจะควบคุมไม่ได้อยู่ดีและมีผลกระทบทางลบข้างเคียงมากต่อนโยบาย Digital Economy และ Digital Thailand รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อ e-banking และ e-Payment ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ เนื่องจากโลกมีลักษณะไร้พรมแดนมากขึ้นทุกวันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ICT ยิ่งควบคุมจะยิ่งควบคุมไม่ได้เพราะจะย้ายไปต่างประเทศกันหมด เพิ่มต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ การผ่อนคลายกฎระเบียบ สร้างระบบแรงจูงใจและการเปิดเสรีจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ต่อการลงทุนมากกว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่หากไม่มีการแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ Website และธุรกิจออนไลน์ต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้างภาระให้กับผู้ประกอบการ ICT ทำให้ยุทธศาสตร์ Digital Economy และ Digital Thailand ไม่บรรลุเป้าหมาย จะไม่มีใครมาลงทุนตั้ง เซิร์ฟเวอร์ (Server) ในเมืองไทย เซิร์ฟเวอร์ในเมืองไทยเมื่อถูกปิดกั้นและควบคุมมากเกินไปจะไม่มีคนใช้ บรรดาผู้ประกอบการก็ต้องย้ายเซิร์ฟเวอร์ไปอยู่ในต่างประเทศ

“บรรดาผู้เผยแพร่ข้อมูลผิดกฎหมายอาจป้องกันได้ไม่มาก เพราะกลุ่มนี้จะย้ายปฏิบัติการไปอยู่ต่างประเทศ ข้อมูลผิดกฎหมายเหล่านี้ต้องตอบโต้ด้วยการชี้แจงด้วยเหตุผลด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง การแก้ปัญหาต้องไปจัดการกับต้นกำเนิดและสาเหตุของปัญหาว่า ทำไมจึงมีการเผยแพร่ข้อความหรือข้อมูลผิดกฎหมาย”

นอกจากนี้ เนื้อหาของ พ.ร.บ.คอมพ์ฉบับใหม่ (มาตรา 5, 7, 17, 20) ยังเปิดช่องทางให้มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและการรายงานข้อเท็จจริง กระบวนการในการปิดโซเชียลมีเดีย ขาดการตรวจสอบถ่วงดุลโดยอำนาจของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยรัฐมนตรี (ไม่ใช่อำนาจศาล) อันเป็นอุปสรรค ต่อ ระบบการศึกษา การวิจัย และ กระทบต่อการทำให้สังคมไทยเป็นสังคมของข้อมูลข่าวสารและการเรียนรู้ได้ นวัตกรรมด้านต่างๆ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในสังคมหรือในประเทศที่มีการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร หรือ ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือเสรีภาพทางวิชาการ

อย่างไรก็ตาม จึงเสนอให้มีการถอนร่างกฎหมายและนำมาทบทวนอีกครั้ง เมื่อกฎหมายคอมฯใหม่ที่ได้รับการแก้ไขประเด็นต่างๆ ในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เสรีภาพในการแสดงความเห็น และกระบวนการการพิจารณาการลงโทษที่ผ่านกระบวนการศาลแล้ว ก็จะเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ทางด้านความมั่นคง เป็นกลไกเครื่องมือป้องกันปัญหาลิขสิทธิ์ คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ป้องกันปัญหาการฉ้อโกง การกระทำความผิดทางกฎหมายออนไลน์และการพนันออนไลน์ได้ หรือ การแก้ปัญหาสแปมหรือการส่งข้อความอันไม่พึงประสงค์ได้ดีขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่ละเมิดเสรีภาพในการแสดงความเห็นและไม่ละเมิดต่อความเป็นส่วนตัวของประชาชน รวมทั้งไม่กระทบต่อเศรษฐกิจและการก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่

 

Leave a comment