ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 17 ธ.ค. 2559 05:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/813651

ศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ ได้ฤกษ์สางภาระ 6.9 หมื่นล้าน
นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2559 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ โดยให้บริษัทเป็นผู้บริหารแผน ซึ่งในแผนฟื้นฟูกิจการได้จัดแบ่งกลุ่มเจ้าหนี้ที่ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้ออกเป็น 13 กลุ่ม รวมเป็นภาระหนี้ 69,220 ล้านบาท เป็นหนี้เงินต้น 63,924 ล้านบาท และดอกเบี้ย 5,295 ล้านบาท มีทั้งสกุลเงินบาทและต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการลดทุนจดทะเบียนจาก 32,166 ล้านบาท เหลือ 1,109 ล้านบาท โดยลดจำนวนหุ้นสามัญของบริษัทจากสัดส่วนหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม 29 หุ้น เป็น 1 หุ้น จากนั้นให้เพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 10,000 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 10,000 ล้านหุ้น รองรับการแปลงหนี้เป็นทุนให้เจ้าหนี้ตามเงื่อนไข ในราคาแปลงหนี้เป็นทุนที่ 0.05 บาทต่อ 1 หุ้น ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเป็น 11,109 ล้านบาท
ด้านนางกิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี มี 3 ธนาคารเป็นเจ้าหนี้ คือ ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทิสโก้ ในส่วนของธนาคารไทยพาณิชย์ มีมูลหนี้ 11,000 ล้านบาท โดยธนาคารยังไม่นำกลับมาเป็นรายได้ แต่จะนำเงินส่วนนี้ไปเพิ่มในส่วนของเงินสำรองแทน
“ยอมรับว่าหลังศาลผ่านแผนฟื้นฟูกิจการของสหวิริยาฯได้ส่งผลดีต่อธนาคารทันทีในแง่ความจำเป็นในการตั้งสำรองที่ลดลง และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงทันที เพราะหนี้ของสหวิริยาฯต้องถูกจัดชั้นหนี้ใหม่ ทำให้เอ็นพีแอล ณ สิ้นปีนี้จะลดลงอีก จาก 9 เดือนแรก อยู่ที่ 2.89% หรือคิดเป็นเม็ดเงินอยู่ที่ 62,000 ล้านบาท และอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพสิ้นปีนี้ จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่ดีสำหรับธนาคารคือแรงกดดันลดลงสำหรับการตั้งสำรองเพิ่มเพราะมีเงินตุนไว้อยู่แล้วอีก 11,000 ล้านบาท”.