คาดปี 60 ศก.ไทยรอการลงทุนภาครัฐ บอกช็อปช่วยชาติให้ดีต้องมาโลว์ซีซั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ธ.ค. 2559 14:33

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/816666


หอการค้าไทย คาดเศรษฐกิจไทยปี 60 ต้องการแรงหนุนจากภาครัฐและการกระจายงบประมาณลงสู่ท้องถิ่น คาดจะช่วยผลักดันจีดีพีเพิ่มขึ้นอีก 0.5% มองมาตรการลดภาษีช็อปช่วยชาติควรออกมาช่วงโลว์ซีซั่นมากกว่าเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.59 นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ประเมินว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมา จะเข้ามาช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยในปี 60 ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 0.5% จากที่คาดการณ์เดิมไว้ที่ระดับ 3.5-4.0% ส่วนภาคการส่งออกจะฟื้นตัวมาเติบโตได้ 0-2%ส่วนในปี 59 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 3.3-3.5% และการส่งออกหดตัวในช่วง -1 ถึง 0%

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยและแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในปีหน้าจะมาจากการใช้จ่ายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการของภาครัฐ การใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐที่ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวได้ต่อเนื่อง

ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศที่ยังต้องติดตาม คือ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะผลจากแนวนโยบายของรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ความเสี่ยงทางการเมืองในภูมิภาคยุโรป และเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง

“ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้รัฐบาลมีแนวทางในการปฏิรูปเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับกลุ่มจังหวัด ทั้ง 18 กลุ่ม จำนวน 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้แต่ละกลุ่มจังหวัดนำงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ ไปพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของแต่ละพื้นที่ เป็นการกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่น และจะช่วยให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากมีความเข้มแข็งมากขึ้น”

นายวิชัย กล่าวอีกว่า การที่จะบรรลุเป้าหมายของนโยบายได้ รัฐบาลจะต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้มีความโปร่งใส สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ในเบื้องต้นได้มีการเสนอโครงการต่างๆ จาก 18 กลุ่มจังหวัด ประมาณ 1,000 โครงการ รวมใช้งบประมาณ 83,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ด้านการเกษตร ประมาณ 25,000 ล้านบาท ด้านการท่องเที่ยวและบริการ 32,000 ล้านบาท ด้านการค้าการลงทุนและการค้าชายแดน 7,900 ล้านบาท และด้านโลจิสติกส์ 18,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรงบประมาณลงไปสู่ระดับท้องถิ่น จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนได้หลายรอบ และตรงตามความต้องการของท้องถิ่นเอง โดยคาดว่าจะช่วยทำให้ GDP ปี 60 ขยายตัวเพิ่มได้อีก 0.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5-4.0% ส่วนการปรับ ครม.ใหม่นั้นไม่ทำให้เกิดความกังวลอะไร เพราะเป็นคนเดิมที่สลับตำแหน่งตามความเหมาะสม โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของนโยบาย ที่อาจเกิดผลกระทบบ้างนั้นเป็นเรื่องการปรับโครงสร้างของรัฐมนตรีที่จะมาทำโครงการประชารัฐเท่านั้น

ขณะที่มาตรการช็อปช่วยชาติ มองว่ามาตรการดังกล่าวควรนำมาใช้ในช่วงที่ไม่ใช่น่าท่องเที่ยว (Low Season) จะเกิดประโยชน์มากกว่า เนื่องจากการนำมาตรการนี้มาใช้ช่วงปลายปี ซึ่งตามปกติจะถือเป็นช่วงหน้าท่องเที่ยว (High Season) ของการจับจ่ายใช้สอยอยู่แล้วนั้น อาจทำให้มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการจับจ่ายได้เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่มากนัก

 

Leave a comment