ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ธ.ค. 2559 20:40
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/817126

มาตรการเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย จะประกอบด้วย
– เงินฝากประชารัฐเพื่อผู้สูงวัย ซึ่งจะให้สิทธิสำหรับประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยบวกเพิ่มร้อยละ 100 จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียกปกติของธนาคารออมสิน ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียกปกติอยู่ที่ร้อยละ 0.5 ต่อปี โดยมีเพดานเงินฝากไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ซึ่งธนาคารออมสินให้บริการไปแล้วตั้งแต่เดือน พ.ย.59 ที่ผ่านมา
– สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Reverse Mortgage) ผู้สูงวัยสามารถนำที่อยู่อาศัยของตนเองที่ปลอดภาระหนี้มาใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต โดยธนาคารออมสินจะจ่ายเงินกู้เป็นรายเดือน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี เมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาการกู้เงินตามสัญญาแล้วต้องไม่เกินอายุ 85 ปี
เมื่อครบกำหนดตามสัญญา ผู้กู้สามารถขอขยายเวลาเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือชำระหนี้เพื่อปิดบัญชี หรือให้ธนาคารขายหลักประกันเพื่อปิดบัญชีต่อไป โดยธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยประมาณอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี MRR–0.5% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR อยู่ที่ร้อยละ 7.125 ต่อปี
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ธนาคารออมสินจะให้บริการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต่อไป และกระทรวงการคลังจะมอบหมายให้ธนาคารออมสินให้ความรู้แก่ผู้ขอสินเชื่อเกี่ยวกับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในอนาคต
– สินเชื่อเคหะลูกกตัญญู สำหรับผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาทั้งของตนเอง หรือคู่สมรส โดยผู้กู้ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านเดียวกับบิดาและหรือมารดาไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือมีหลักฐานการหักลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาในการยื่นเสียภาษีไม่น้อยกว่า 1 รอบบัญชี โดยสินเชื่อดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปจัดหาหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงการซื้อสิ่งอำนวยความสะดวก วงเงินสินเชื่อสูงสุดร้อยละ 100 ของราคาประเมินหลักทรัพย์ตามเงื่อนไขของธนาคาร โดยธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าลูกค้าทั่วไปและมีระยะเวลา ปลอดดอกเบี้ย 6 -12 เดือน และสามารถผ่อนชำระได้ถึงอายุ 65 ปี ทั้งนี้ ธนาคารออมสินเริ่มให้บริการตั้งแต่พ.ย.59–30 มิ.ย.60
– สินเชื่อประชารัฐเพื่อผู้สูงวัย สำหรับบุคคลที่มีอายุระหว่าง 60–70 ปี เพื่อการประกอบอาชีพอิสระเพื่อหารายได้และใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน โดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นผู้ค้ำประกัน และธนาคารออมสินจะจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนผู้กู้ตั้งแต่ปีที่ 2 เป็นต้นไปจนครบสัญญา ทั้งนี้ ธนาคารออมสินเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือน พ.ย.59 เป็นต้นไป
มาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ประกอบด้วย
– สินเชื่อโครงการประชารัฐเพื่อประชาชน สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมและมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซ่อมแซม หรือจัดหาเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพใหม่ ตลอดจนเพื่อการอุปโภค บริโภค ในช่วงที่รายได้ลดลงอันเนื่องมาจากไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ วงเงินสินเชื่อรายละไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ไม่เกิน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในปีที่ 1 ร้อยละ 0 ต่อเดือน และในปีที่ 2-5 ร้อยละ 1 ต่อเดือน โดยผู้กู้สามารถใช้บุคคล หรือ บสย. ค้ำประกันได้
– มาตรการประชารัฐแก้ไขหนี้ประชาชน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมและไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติส่งผลให้รายได้ลดลง โดยธนาคารออมสินจะดำเนินการพักชำระหนี้ให้แก่ลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทที่ประสบภาวะน้ำท่วมสูงสุดไม่เกิน 3 ปี โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ยระหว่างร้อยละ 50 – 100 ของจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องชำระตามปกติ รวมถึงขยายเวลาในการชำระหนี้ได้เท่ากับระยะเวลาที่ขอพักชำระเงินต้น
มาที่ มาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย ได้แก่ โครงการลดดอกเบี้ยให้ประชาชนรายย่อย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อลดภาระการผ่อนชำระลูกหนี้ ทั้งลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี ลูกหนี้ค้างชำระและที่ตัดหนี้สูญไปแล้ว เพื่อให้กลับเข้าใช้บริการของธนาคารออมสินได้ในโอกาสต่อไป โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
– ลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี 12 เดือนติดต่อกัน ซึ่งจะต้องไม่มีดอกเบี้ยผิดนัดในรอบ 12 เดือน ระหว่างเดือน ธ.ค.59–พ.ย.60 ธนาคารออมสินจะคืนดอกเบี้ยร้อยละ 30 ของดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ธนาคารต่อเนื่องในรอบระยะเวลา 12 เดือน โดยโอนเงินเข้าบัญชีให้กับลูกหนี้หรือนำไปหักเงินต้นคงเหลือให้มีจำนวนลดลง
– ลูกหนี้ค้างชำระและลูกหนี้ที่ตัดหนี้สูญไปแล้ว ณ วันทำสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ธนาคารออมสินจะดำเนินการ ดังนี้
1. ปรับโครงสร้างหนี้เฉพาะในส่วนของต้นเงินกู้ โดยขยายระยะเวลาได้ ไม่เกิน 2 เท่าของระยะเวลาคงเหลือตามสัญญากู้หรือสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้แต่ไม่เกิน 10 ปี ยกเว้นระยะเวลาคงเหลือตามสัญญากู้เกินกว่า 10 ปี ให้ใช้ระยะเวลาคงเหลือเป็นระยะเวลาของสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และพักดอกเบี้ยผิดนัดและดอกเบี้ยปกติในช่วงเวลาที่ผิดนัด
2. เมื่อลูกหนี้สามารถผ่อนชำระได้ตามเงื่อนไขที่ปรับโครงสร้างหนี้ได้ ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 12 เดือน ธนาคารจะยกดอกเบี้ยผิดนัดที่พักไว้ให้ และคืนดอกเบี้ยที่ชำระ ในรอบระยะเวลา 12 เดือน จำนวนร้อยละ 30 เพื่อนำไปลดจำนวนดอกเบี้ยปกติที่พักไว้
3. ดอกเบี้ยที่ตั้งพักไว้คงเหลือ ให้จ่ายชำระหนี้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ลงนามในสัญญา และไม่เกินระยะเวลาปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนส่วนฐานรากเป็นหลัก ซึ่งคงต้องตามดูอีกว่า ครม.และกระทรวงการคลัง จะมีมาตรการอะไรบ้างที่จะมาช่วยประชาชนในส่วนฐานกลางอีกหรือไม่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นดีที่กำลังผ่อนบ้าน.