ชาวนาการเมืองในมุมมองต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251910

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ชนบท, ยากจน, ประกันราคา, จำนำข้าว, เรียกร้อง, ผู้ประกอบการ, วิพากษ์, นักวิชาการ, ชาวนา, การเมือง, มุมมอง, ต่างชาติ, พหุการเมืองของชาวนา
คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ชนบท, ยากจน, ประกันราคา, จำนำข้าว, เรียกร้อง, ผู้ประกอบการ, วิพากษ์, นักวิชาการ, ชาวนา, การเมือง, มุมมอง, ต่างชาติ, พหุการเมืองของชาวนา

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

ชาวนาการเมืองในมุมมองต่างชาติ

นักวิชาการวิพากษ์ชาวนา ยกระดับเป็นผู้ประกอบการคนชั้นกลาง ต่อรอง เรียกร้องจำนำข้าว-ประกันราคา ไม่ใช่สิทธิเสรีภาพ แทบไม่เหลือชาวนายากจนในชนบท

          10 ธ.ค.59 – คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “พหุการเมืองของชาวนา” เพื่อวิพากษ์หนังสือเรื่อง ชาวนาการเมืองอำนาจในเศรษฐกิจชนบทสมัยใหม่ของไทย เขียนโดย แอนดรู วอล์คเกอร์” ซึ่งเข้ามาศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทยใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยนายอานันท์ กาญจนพันธุ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ในมุมมองของนักเขียนมองชาวนาหลุดออกจากผู้ผลิตมาเป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพียงผู้ปลูกข้าวแต่เป็นผู้จัดการนา มีรายได้ปานกลาง สามารถจ้างลูกจ้างมาทำงานแทน และไม่ผูกติดอยู่กับขั้วอำนาจใด แต่ยังเป็นคู่ตรงข้ามกับอำนาจการเมือง อย่างไรก็ตาม หนังสือนี้ไม่ได้อธิบายให้ชัดว่าผู้ประกอบการชาวนาก่อตัวมาจากโครงการอุดหนุนของรัฐบาลหรือระบบเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้มุมมองในหนังสือยังมองจากแนวคิดการผลิตอย่างเดียว ไม่มีแนวคิดด้านการบริโภคข้อมูลข่าวสาร เพราะชาวนาในปัจจุบันเล่นโซเซียลมีเดียผ่านสมาร์ทโฟน สะท้อนว่านักวิชาการอาจยังตามโลกใหม่ไม่ทัน

นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คนจนเป็นคนเสียงข้างน้อยในประเทศ ชาวนาเป็นคนชั้นกลางเศรษฐกิจในชนบทไม่ใช่เพียงการเลี้ยงตัวเอง พึ่งตนเอง หรือเอาตัวรอด ชาวนาไม่จนอีกแล้ว และไม่ได้ปลูกข้าวหรือทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่มีอาชีพหลากหลายมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำใหม่ไม่ใช่ความยากจน แต่คือการไม่รวยเท่าคนอื่น 20-30 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นว่ารัฐและภาคอุตสาหกรรมต้องอุ้มชาวนาเพื่อฐานการเมืองและยกระดับผลิตภัณฑ์ ท่าทีของชาวนาต่อรัฐจึงไม่ใช่การหวาดระแวง แต่เขาต้องการเชื่อมต่อกับรัฐและทุน เพื่อขอให้มีโครงการเข้ามาสนับสนุน

“รัฐศาสตร์กระแสหลักมองที่อำนาจและการรวมศูนย์อำนาจ แต่หนังสือเล่มนี้มองอำนาจเป็นออกซิเจนกระจายอยู่รอบตัว ทุกคนสามารถนำอำนาจมาใช้ผ่านโปรเจคของรัฐ เมื่อเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม หรือเกิดวิกฤตต่างๆ รัฐต้องช่วย ถ้าไม่ช่วยถือว่าเลวมาก ชาวนาไม่ได้ต่อต้านรัฐแต่ต้องการให้รัฐช่วยผลักขึ้นฝั่ง ชาวนาไม่ได้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เขาต้องการนโยบายประกันราคาข้าว จำนำข้าว พื้นที่ทางเท้าตั้งหาบเร่แผงลอย การเมืองของชาวนาคนชั้นกลางเปรียบได้กับจังหวะเต้นของหัวใจ สิ่งที่พวกเขาต้องการได้มาจากม็อบ การเดินขบวนเรียกร้อง และการหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งคสช.ไม่อยากให้มีการเมืองแบบนี้” นายเกษียร กล่าว.

 

Leave a comment