ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ธ.ค. 2559 13:45
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/817851

นอกจากนี้ จะต่อยอดในการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้สามารถแข่งขันในระดับต่างประเทศ และสอดคล้องไปกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถการค้าภายในประเทศให้เข้มแข็งและวางรากฐานเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพราะตอนอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องเอสเอ็มอีมาก่อน
“ช่วงเวลาที่ผ่านมาเศรษฐกิจเราไม่ได้แย่ และดีกว่าประเทศอื่นด้วยซ้ำไป เรามีขีดความสามารถทางการแข่งขัน แต่ที่เห็นว่าค่าครองชีพไม่ดี สินค้าแพง แต่อัตราเงินเฟ้อเราก็ยังต่ำ สถานการณ์ที่ผ่านมา จึงเป็นภาวะของผลกระทบทั้งโลก เห็นได้จากสหรัฐฯ เองก็กีดกันทางการค้า การลงทุน เพราะเศรษฐกิจไม่ดี โดยสรุปแล้วภาพรวมประเทศเรา ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เราอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น แต่รัฐบาลนี้ไม่ได้เน้นเติบโตแบบหวือหวา แต่เน้นเติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมาเราก็อยู่ในช่วงของการวางรากฐานเศรษฐกิจ”
นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ภาครัฐ ดำเนินการวางรากฐานเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค อินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมไปถึงการเร่งผลักดันให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจ (อีอีซี) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา และได้รับการยอมรับในระดับสากล ถือว่าเป็นนโยบายที่เดินมาถูกทางแล้ว โดยสิ่งเหล่านี้เป็นการปรับฐานเศรษฐกิจไทยครั้งใหญ่ และจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจในอนาคตของไทยดีขึ้นอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการได้เข้าเฝ้าฯ รัชกาลที่ 10 เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนของคณะรัฐมนตรีใหม่ ได้มีพระราโชวาทให้นำแนวทางการทำงานของรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการดำเนินงาน และปฏิบัติงาน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกำชับให้ช่วยดูแลเศรษฐกิจทุกๆ ด้าน ที่รัฐได้วางโครงสร้างไว้ มาผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในปี 60 เพราะถึงเวลาของการผลักดันโครงการงานต่างๆ ให้เกิดขึ้นทันที เพื่อจะทำให้ประเทศสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ทั้งเรื่องของการส่งออกและการทำธุรกิจในประเทศ.